นใดขอรับ แต่…แต่ว่าของไม่ได้อยู่ที่ข้าแล้ว…”
“เป็นของของเจ้าไม่ใช่รึ ทำไมจะไม่อยู่ที่เจ้า?”
“ถูกคนแย่งไปแล้ว”
บิดาของอวี๋จิ้งฉี “…”
ถูกคนแย่งไปแล้ว?!
เจ้าเด็กไม่ได้เรื่องคนนี้เป็นลูกชายของเขาได้อย่างไร?
“ใครแย่ง?” เขาถาม
“แซ่เจียง…”
บิดาของอวี๋จิ้งฉีนึกไม่ออกว่าเป็นใคร “ใครนะ?”
“เจียงจิ่งถง”
บิดาของอวี๋จิ้งฉี “…”
เอาเถอะ ลูกชายเขาต่อยตีสู้คนผู้นั้นไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ
เขายังไม่อยากให้ลูกชายคบหากับคนผู้นั้น เพราะเกรงว่าจะพาลพาไปหาผิด
วันรุ่งขึ้น
บิดาของอวี๋จิ้งฉีเพิ่งไปถึงที่ทำการมณฑลก็มีคนเดินมาตบไหล่พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เขา “มิน่าล่ะถึงไม่ยอมรับว่าชุดสิบสองราศีอยู่ที่ท่าน ที่แท้ก็เอาไปประจบข้าหลวงฉินนี่เอง”
“อะไรนะ?”
“อย่าแกล้งโง่ไปเลยน่า ข่าวแพร่ออกมาแล้ว” คนผู้นั้นทำทีพยักพเยิดไปด้านในแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้างในไม่ได้มีแค่ข้าหลวงฉินคนเดียวหรอกนะ พวกข้าก็ได้เห็นชุดสิบสองราศีนั้นแล้วเหมือนกัน…”
รอจนบิดาของอวี๋จิ้งฉีเข้าไปในที่ทำการค่อยเข้าใจคำพูดของเพื่อนร่วมงานผู้นั้น ‘ที่แท้ ท่านข้าหลวงฉินก็เอาชุดสิบสองราศีมาอวดทุกคนที่นี่นั่นเอง’
ทุกคนยังจะแสดงท่าทีอย่างไรได้?
ย่อมต้องยกยอปอปั้นกันสุดฤทธิ์สุดเดชอยู่แล้วน่ะสิ
บิดาของอวี๋จิ้งฉี: เจียงจิ่งถงผู้นี้จะเคลื่อนไหวเร็วไปแล้วกระมัง? เมื่อวานเพิ่งแย่งชุดสิบสองราศีมาจากลูกชายเขา วันนี้ก็มาอยู่ในมือของท่านข้าหลวงฉินเสียแล้ว
ตอนเย็นเมื่อกลับม