เนื้อผ้าของมันน้อยเสียจนนางไม่กล้ามอง…
เฟิ่งจิ่วนะเฟิ่งจิ่ว เจ้าทำอะไรของเจ้าเนี่ย! แล้วยังบอกว่าจะทำให้ประหลาดใจ นี่มันทำให้ตกใจชัดๆ
หลังจากใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นสองชิ้นนั้นเสร็จ นางสวมใส่ผ้าโปร่งที่แทบจะมองเห็นข้างในทั้งหมดเข้าไปอีกชั้น ก่อนที่จะก้มลงมองเป็นครั้งสุดท้าย และเดินกัดฟันออกจากฉากบังลม
กวนสีหลิ่นรออยู่นอกฉากบังลม เพราะไม่กล้าหันไปมองเรือนร่างแบบบางที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมของนางอีก เขาจึงยืนหันหลังให้ฉากบังลม ย่อมไม่เห็นทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิที่ปรากฏอยู่ด้านหลัง
พอได้ยินเสียง เขาก็หันกลับไป ครั้นเห็นภาพตรงหน้าก็ตะลึงงันไปทันที ลมหายใจของเขาถี่กระชั้น เปลวไฟขุมหนึ่งลุกท่วมร่างกาย ก่อนจะพุ่งลงไปรวมตัวกันตรงร่างกายท่อนล่าง
เยี่ยจิงที่ก้มหน้าซ่อนใบหน้าซับสีแดงเหลือบไปเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายท่อนล่างของเขา ดวงหน้าเรียวยาวแดงเถือกราวกับกุ้งที่ถูกต้มจนสุก นางพึมพำเบาๆ “สะ…เสื้อผ้า เป็นเสี่ยวจิ่วที่เตรียมให้”
นางยกสองแขนขึ้นบังหน้าอกอย่างไม่รู้ตัว แต่กลับไม่รู้เลยว่าพอนางยกแขนขึ้นปิด ยิ่งทำให้เนินอกที่วับๆ แวบๆ นูนชัดขึ้น นั่นทำให้กวนสีหลิ่นตะลึงตาค้าง เลือดกำเดาสองสายไหลออกมาแล้วเขา