็นคนเสนอเองนะ ข้าไม่ได้ขอ’
“คราวก่อนที่บ้านส่งมาพร้อมกับมันเทศตากแห้ง ประเดี๋ยวจะแบ่งออกมาให้เจ้าสองชั่ง แต่ว่า…” เย่อวี๋หรานพูดหยอกยิ้ม ๆ “ถ้าหลังจากนั้นเจ้าเองได้กินอีกแค่ไม่กี่มื้อ ห้ามบ่นนะ”
นางไม่โง่ อาศัยช่วงเวลาที่กินข้าวด้วยกัน นางก็มองออกแล้วว่าอวี๋จิ้งฉีผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ชอบลูกชายนางสักเท่าไหร่ ที่อีกฝ่ายมาเยือนคงเพราะเห็นแก่หน้าเยี่ยนเหออันมากกว่า
นางสังเกตอย่างละเอียดแล้วพบว่าอวี๋จิ้งฉีไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เป็นเพียงคนที่ไม่ชอบกันจากใจจริงคนหนึ่ง แต่ถึงจะไม่ชอบจูชี เขาก็ยังปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของจูชีอย่างสุภาพมีมารยาทอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้เวลาจะทำอะไรย่อมมี ‘หลักการ’ ของตนเอง
เย่อวี๋หรานรู้ดีว่าจูชีจะดีเลิศปานใดในใจนาง เขาก็ไม่อาจเป็นเช่นเงินทองที่ใคร ๆ ล้วนชมชอบ
ข้างกายมีคนไม่ชอบเขาสักคนก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องร้าย ขอเพียงคนผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายก็พอแล้ว
จูชีไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขายิ้มกล่าวอย่างทึ่มทื่อ “ท่านแม่ ข้าไม่ใช่เด็กเสียหน่อย วางใจเถอะขอรับ ข้าไม่โกรธท่านเพราะเรื่องแบบนี้หรอก”
จูซาน: เจ้าทึ่มคนนี้ ท่านแม่กำลังช่วยพูดแทนเจ้าอยู่นะ!
จนถึงตอนกินมื้อเย็นเสร็จ อวี๋จิ้งฉีเห็นว่าเยี่ยนเหออันยังไม่เอ่ยถึงเรื่องตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ เสียทีก็ร้อนใจ ส่งสายตาให้เขาอยู่หลายครั้งหลายครา
‘เจ้าพูดสักทีสิ!’
เยี่ยนเหออันเจตนาไม่เอ่ยถึง ‘มาขอร้องคนเขาก็ต้องมีท่าทีอย