็คร้านจะสนใจนางอีก เพียงเดินออกไป พลางหันไปกำชับเหลิ่งหวาว่า “หาเรือนที่พักให้นาง แล้วส่งนางออกจากจวนเสีย”
“ขอรับ”
อวิ๋นเสวี่ยวินได้ยินเสียงข้างนอก นางขบกรามอย่างโกรธเกรี้ยว นางทะนงตัวเกินไป หากนางรู้ว่าเฟิ่งจิ่วมียาที่โรคจิตอย่างนั้นอยู่ในมือ นางไม่มีทางยอมเสียข้าวสารหนึ่งกำมือแล้วยังขโมยไก่ไม่สำเร็จ[1]อย่างนี้แน่นอน!
เหลิ่งหวาทำงานมีประสิทธิภาพสูง ยังไม่ทันถึงเที่ยงวันก็หาเรือนที่พักได้แล้ว หลังได้รับการอนุญาตจากเฟิ่งจิ่ว ก็ส่งตัวอวิ๋นเสวี่ยซินออกจากจวนเฟิ่ง ย้ายไปอยู่ที่เรือนข้างนอก
เฟิ่งจิ่วเพียงกำชับให้บ่าวรับใช้ไปดูแลบ้าง จากนั้นก็ไม่ได้สนใจนางอีก กระทั่งยามพลบค่ำ ตอนที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับมา เฟิ่งจิ่วจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง
“ฉะนั้นข้าจึงใช้ยาสัจจะทำให้นางสารภาพออกมาจนหมด” เฟิ่งจิ่วยักไหล่ “นึกไม่ถึงว่าศิษย์น้องของท่านจะโหดเหี้ยมกับตนเองขนาดนี้ หากเป็นข้า ข้าทำตัวเองไม่ลงหรอกนะ”
ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อสีหน้าไม่ดีนัก เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “หลังจากนางพักฟื้นจนหายดีแล้ว ข้าจะบอกนางให้นางกลับไปเสีย”
“เอาล่ะ ไม่พูดถึงนางแล้ว อาการบาดเจ็บของนางพักฟื้นสักส