่หรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเป็นใคร? ข้าคือภูตหมอนะ ยาที่ข้ากลั่นออกมาจะเหมือนยาของนักเล่นแร่แปรธาตุทั่วไปได้อย่างไร? หากข้าจะทำร้ายเจ้าจริง ย่อมไม่ต้องยุ่งยากถึงขนาดนี้”
อวิ๋นเสวี่ยซินสายตาไหวระริก นางมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง บางทีอาจคิดว่าเธอพูดถูก นางจึงมองยาเม็ดนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะอ้าปากกลืนยาเม็ดนั้นลงไป
เห็นอย่างนั้นรอยยิ้มของเฟิ่งจิ่วยิ่งกว้างขึ้น “อย่างนี้สิถึงจะถูก” เธอเอ่ย แต่กลับไม่ออกไป เพียงยื่นถ้วยน้ำชาให้เหลิ่งซวง จากนั้นก็นั่งมองอวิ๋นเสวี่ยซินที่นอนอยู่ตรงนั้น
“เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ?” อวิ๋นเสวี่ยซินขมวดคิ้วมองเธอ ยาก็เปลี่ยนแล้ว ยาในก็กินแล้ว นางยังนั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้อีก?
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ไม่รีบๆ ข้ายังต้องคอยดูยาออกฤทธิ์ก่อน!”
อวิ๋นเสวี่ยซินไม่สนใจเธออีก เพียงหลับตาพักผ่อน
“แม่นางอวิ๋นจะนอนแล้วหรือ? ไม่ใช่ว่าเพิ่งตื่นรึ? นอนมากไปไม่ดีนะ” เฟิ่งจิ่วเห็นอวิ๋นเสวี่ยซินขมวดคิ้วเพราะคำพูดของเธอ จึงอดกระตุกมุมปากไม่ได้ “ในเมื่อแม่นางอวิ๋นจะหลับตาทำสมาธิ อย่างนั้นก็พอดีเลย ไม่แน่อีกประเดี๋ยวแม่นางอวิ๋นอาจนึกขึ้นได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายเจ้า”
อวิ๋นเสวี่ยซินลืมตา ตวัดสายตามองเฟิ่งจิ่วอย่างเ