่งจะรับความลำบากเช่นนั้นได้อย่างไร นางไม่กล้าอาละวาดในเรือนเจ้านาย แต่กลับบ้านมาโวยวายใส่บิดามารดา
ภายหลัง คนสวนดอกไม้และภรรยาไร้ทางเลือก ได้แต่หาลู่ทางขอความเมตตาจากเจ้านายให้ปล่อยนางกลับมา
ถึงจะกลับมาแล้ว แต่นิสัยคุณหนูชั้นรองยังคงอยู่ คุณภาพชีวิตที่แตกต่างกันอย่างใหญ่หลวงทำให้นางบังเกิดใจทะเยอทะยานขึ้นมา
คนสวนดอกไม้เข้าใจว่าเปี้ยนชิวอิ่งไปต้องตานายท่านผู้เฒ่าจึงถูกคน ‘แย่งชิง’ ตัวไป แต่กลับไม่รู้ว่าความจริงแล้วนั่นเป็นแผนการของเปี้ยนชิวอิ่ง
นางรู้รสนิยมของนายท่านผู้เฒ่า รู้ว่านายท่านผู้เฒ่ามักจะไปที่ไหนเวลาใด จึงจงใจแต่งกายงดงามไปเดินเตร่บริเวณนั้น
แต่นางฉลาดกว่าแม่นางน้อยทั่วไป…นางไม่ต้องการเป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงที่ไม่มีเครื่องรับประกันใด ๆ
ทว่านางคิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะสูญเสียความโปรดปรานรวดเร็วเพียงนี้ อีกทั้งภรรยาเอกของนายท่านผู้เฒ่ายังลงมืออำมหิตเหนือความคาดหมาย…
หลินซื่อเห็นเปี้ยนชิวอิ่งไม่ค่อยแตะอาหาร ยังถามอย่างเป็นห่วงว่า “เป็นอะไรไป เจ้าไม่เจริญอาหาร?”
ครั้นมองสิ่งที่ในสายตาของนางคืออาหารชั้นต่ำ มุมปากของเปี้ยนชิวอิ่งพลันแข็งทื่อ “น่าจะ…กระมัง? ข้าเดินทางมาไกล ทั้งยังเกิดเรื่องขึ้นหลายอย่าง ไม่มีความอยากอาหารเลยจริง ๆ…”
“เฮ้อ…ข้าเข้าใจได้” หลินซื่อตบหลังมืออีกฝ่ายเบา ๆ แล้วพูดปลอบ “ตอนที่แม่ข้าเพิ่งเสีย ข้าก็เศร้าใจเหมือนเจ้านี่แหละ แต่คนเราต้องมองไปข้างหน้า ไม่อาจจ้อ