ม่นางเปี้ยน นี่คือพี่สะใภ้สี่ของข้า ไอ้หยา ลืมแนะนำตัวเองไปสนิทเลย สามีข้าเป็นคนลูกชายคนที่ห้าของสกุลจู เจ้าเรียกข้าว่าพี่สะใภ้ห้าก็ได้…”
เปี้ยนชิวอิ่งแววตาวาววับ ‘ที่แท้ ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นเมียของผู้ชายที่รับมือได้ยากคนนั้น เอาละ ดูเหมือนจะเจอทางออกแล้วสิ’
นางคลี่ยิ้ม รอยยิ้มบนใบหน้ามีความจริงใจเพิ่มขึ้นหลายส่วน เรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน “พี่สะใภ้สี่ พี่สะใภ้ห้า”
“ไอ้หยา ปากเล็ก ๆ นี่หวานเสียจริง…” หลี่ซื่อหัวเราะแล้วเดินมานั่งลงข้าง ๆ “แค่น้ำเสียงของเจ้าก็น่าฟังแล้ว”
“ฮ่า ๆๆ…นั่นน่ะสิ ตอนนี้พี่สะใภ้สี่รู้แล้วสินะว่าทำไมข้าถึงชอบคุยกับนาง?”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอคุยด้วยคนสิ เสียงไพเราะปานนี้ ราวกับเสียงนกจาบฝนก็ไม่ปาน น่าฟังยิ่ง”
ต่างจากหลินซื่อที่อยากตีสนิทจากใจจริง หลี่ซื่อมีความตื่นตัวมากกว่า ดูเหมือนจะพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน แต่อาศัยคำพูดไม่กี่ประโยคก็สามารถสอบถามความเป็นมาของเปี้ยนชิวอิ่งออกมาได้แล้ว
แม้คนอื่นบอกนางมาแล้ว แต่นางต้องการจะสืบให้รู้ลึกกว่านั้น
เมื่อได้ประมือ เปี้ยนชิวอิ่งก็ต้องตกตะลึง
ผู้หญิงคนนี้ท่าทางยิ้มแย้ม คิดไม่ถึงว่าจะเป็นคนร้ายกาจคนหนึ่ง!
กลับเป็นผู้หญิงอีกคนที่โง่งม หลอกง่ายยิ่ง หลอกล่อไม่กี่คำก็เชื่อแล้ว
ประหนึ่งมือดีปะทะกัน เจ้าหนึ่งคำข้าหนึ่งคำ ลอบประลองกันในทางลับ
มีก็แต่หลินซื่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังเข้าใจว่าพวกนางสนทนากันอย่างเพลิดเพลินเสียอีก
ห่างออ