ธด้วย?”
คนสกุลจูไม่อาจแย้งได้ “…”
“ท่านแม่เป็นคนดีมีน้ำใจ ไฉนเลยจะเหมือนที่พวกเจ้าพูด? ไม่รู้วัน ๆ คิดอะไรกันอยู่” ว่าแล้ว จูเอ้อร์ก็หันมาหาจูเหล่าโถว “ท่านพ่อ ท่านเห็นด้วยไหมขอรับ?”
“อ้อ” จูเหล่าโถวไม่กล้าตัดสินใจเรื่องนี้
เมียเฒ่ากล้ารับเลี้ยงคน นั่นเป็นเพราะนางมีปัญญาเลี้ยง แต่ถ้าเขากล้ารับคนเอาไว้…
กล่าวตามตรง ตอนนี้เขาเลี้ยงตัวเองยังไม่รอด ต้องอาศัยภรรยาและพวกลูกชายเลี้ยงดู
ถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วเมียเฒ่ากล่าวโทษมาถึงเขา เขามิต้องถูกไล่ออกจากบ้านเลยรึ?
ก่อนหน้านี้ทำให้เมียเฒ่าไม่พอใจมาแล้ว คราวนี้เขาไม่อยากทำให้นางโมโหอีก
ลังเลอยู่นานสองนาน เขาค่อยพูดเสริมมาว่า “เรื่องนี้พวกเจ้าพี่น้องคุยกันเองเถอะ พวกเจ้าโตกันหมดแล้ว เป็นพ่อคนแล้ว ถึงเวลาตัดสินใจเองได้แล้ว…”
จูอู่ไม่เข้าใจบิดาของตนเองเอาเสียเลย เขารู้สึกว่าหมดคำจะพูด
ตอนที่ท่านแม่อยู่ด้วย ท่านก็เอาแต่ร่ำร้องอยากจะตัดสินใจ ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่ เปิดโอกาสให้ท่านแล้ว ท่านกลับไม่คว้าเอาไว้เสียอย่างนั้น?
คิดไม่ถึงว่าบิดาจะพึ่งพาไม่ได้เช่นนี้ จูเอ้อร์ยังมีท่าทีแข็งกร้าว ยืนกรานว่าจะรับคนเอาไว้ให้ได้ จูอู่ก็จนปัญญา
“พี่จูเอ้อร์ ขอบคุณนะเจ้าคะ…” เปี้ยนชิวอิ่งกล่าวขอบคุณจูเอ้อร์ ดวงตามีน้ำตาคลอหน่วย
ไม้นี้ใช้ได้ผลกับจูเอ้อร์ยิ่งนัก น้ำเสียงก็อ่อนโยนลงมาก “ไม่ต้องขอบคุณ นี่เป็นเรื่องที่พวกข้าสมควรทำ พวกข้าคนสกุลจูเป็นคนมากน้ำใจ เจ้าสบายใจเถ