อิ่งออกจากมือตนเอง “อย่าทำแบบนี้ เจ้าลุกขึ้นมาเถอะ”
“ถ้าเจ้าอยากให้เพื่อนบ้านของพวกข้าได้ยินก็ต้องร้องให้ดังกว่านี้” วาจาประโยคเดียวของจูอู่ทำให้เปี้ยนชิวอิ่งไม่อาจร้องไห้ต่อไปได้
น้ำเสียงของเปี้ยนชิวอิ่งเบาลงมาก สะอึกสะอื้นเสียงแผ่ว “กระซิก…”
ท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจราวกับถูกคนอื่นกลั่นแกล้งรังแกก็ไม่ปาน
จูเอ้อร์เห็นอย่างนั้นก็ใจอ่อน “เจ้าห้า เจ้าก็จริง ๆ เล้ย คนเขาเป็นแม่นางผู้หนึ่ง เจ้าจะไปดุเขาทำไม?”
“พี่รอง นางไม่ใช่แม่นางคนหนึ่ง นางเป็นอนุที่หลบหนีมาจากตระกูลใหญ่” จูปาเม่ยไม่ค่อยชอบเปี้ยนชิวอิ่งผู้นี้ นางย้ำว่า “เมียน้อยน่ะ เข้าใจไหม?”
สามารถได้รับการเหลียวแลจากเจ้านาย รูปลักษณ์ของเปี้ยนชิวอิ่งย่อมไม่ใช่ธรรมดา ถือว่าโดดเด่นกว่าสตรีทั่วไป
“เจ้าเด็กคนนี้นี่…” จูเอ้อร์ไม่อาจทำอย่างไรต่อจูปาเม่ย
เมื่อก่อนตอนที่เอาแต่ใจก็มักจะทำให้คนปวดเศียร ตอนนี้ไม่ได้เอาแต่ใจเท่าเดิมแล้วก็ยังคงทำให้คนปวดเศียร
เห็นจูเอ้อร์ปกป้องผู้หญิงแปลกหน้า หลิวซื่อก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก นางกระตุกแขนจูเอ้อร์แล้วถลึงตาใส่เขา
หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่หลิวซื่อยังคงผอมบางอาจยังพอน่ามองอยู่หลายส่วน แต่ตอนนี้คนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้าเต็มไปด้วยเนื้อ พอถลึงตาเช่นนี้กลับแลดูระคายสายตาอยู่บ้าง
จูเอ้อร์เหลือบมองแวบเดียวก็ไม่อยากมองอีก ยังตำหนิหลิวซื่อว่า “เจ้าก็เหมือนกัน เรื่องลูกเป็นเรื่องสำคัญปานนั้นยังเอามาล้อเล่นได้อีก? ถ