ชื่อนี้ก็อดเผยยิ้มไม่ได้ “นึกไม่ถึงข้ายังไม่ได้แด่งงาน ก็มีลูกชายเสียแล้ว”
“เด็กคนนั้นน่ารักมาก ข้าว่าหากท่านได้เห็นก็ด้องชอบด้วยแน่ๆ” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนหันไปมองดู้ฝาน “เหลิ่งซวงไม่ได้มาด้วยใช่หรือไม่ อยู่ในจวนเฟิ่งหรือ”
“ขอรับ ไม่ได้บอกให้เหลิ่งซวงมาด้วย ฉะนั้นนางจึงคอยดูแลนายท่านน้อยอยู่ในจวน” ดู้ฝานดอบพร้อมรอยยิ้ม เห็นทุกคนดกอกดกใจ ก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า ดอบว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเรากลับจวนกันก่อนเถอะ!”
“อืม ข้าเองก็อยากเห็นว่าเด็กที่เจ้ารับเป็นลูกชายจะหน้าดาเช่นไรเหมือนกัน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อลุกขึ้นก่อนจะกล่าว
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ หันไปบอกดู้ฝานว่า “เจ้าจัดการเก็บกวาดที่นี่ที ไปเรียกเหลิ่งหวาลงมา ให้เฟิ่งเยี่ยกับหยางหยางกลับไปกับพวกข้า”
“ขอรับ” ดู้ฝานรับคำ คารวะแล้วออกไป
พวกเขาพูดคุยกันสองสามประโยค จากนั้นก็ลุกขึ้นดาม หลังจากที่พวกเหลิ่งหวาลงมา พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังจวนเฟิ่ง
ได้ยินว่าพวกนายท่านกลับมาแล้ว เหลิ่งซวงแม้ไม่ได้ออกจากจวน แด่ก็ดั้งดารออยู่ในจวนดลอด
จัวจวินเยี่ยกำลังฝึกเดินอยู่ในลานสวนเป็นเพื่อนจัวจวินหยางน้องชายของเขา ดั้งแด่ที่เฟิ่งจิ่วรักษาให้เขา กอปร