และพวกลูกชายเห็นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินมาปรากฏตัวในคุกก็ตกตะลึงพรึงเพริด
“ทำไมพวกเจ้าถูกจับตัวมาได้?!”
“ท่านพ่อ” สะใภ้ใหญ่เฉินร้องทักพ่อสามี ครั้นมองเห็นเฉินต้าซาน ขอบตาก็พลันแดงก่ำ “ฮือ ๆๆ…”
“เจ้าอย่าร้องได้ไหม? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เฉินต้าซานร้อนใจ รบเร้าถามว่า “ทำไมถึงมีแค่พวกเจ้า? แม่ข้าล่ะ?”
“ท่านแม่…ท่านแม่สลบไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว เมื่อครู่ตอนถูกจับเข้ามา พวกมือปราบพาท่านแม่ไปหาหมอแล้ว”
“อะไรนะ?!” เฉินหลิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนใจ รีบถามว่า “เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่? เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับแม่พวกเจ้า? ร่างกายนางแข็งแรงดีไม่ใช่รึ เหตุใดจู่ ๆ จึงสลบไม่ได้สติ?”
เรื่องที่เฉินเสิ่นสลบไปเดิมทีก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกนาง สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลจึงเล่าอย่างตรงไปตรงมา
ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังพูดจาให้ร้ายอาเฉิน บอกว่าอีกฝ่ายทำผิดต่อพวกนาง ไล่พวกนางออกมากลางดึกกลางดื่น…
“จะเป็นไปได้อย่างไร?! เฉินเหล่าลิ่วผู้นั้นจะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?” เฉินหลิ่งยากจะเชื่อได้ลง
“ท่านพ่อ มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ด้วยหรือเจ้าคะ? ข้ารู้ว่าเมื่อก่อนอาเฉินสนิทสนมกับท่าน ทั้งยังเคยออกหน้าให้ท่าน แต่นั่นมันผ่านมากี่ปีแล้ว จิตใจคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้…” สะใภ้รองเฉินว่าพลางบอกเป็นนัย “เขาเองก็มีครอบครัว ต้องคิดถึงคนในครอบครัวของตัวเองด้วย”
เฉินหลิ่งพลันพูดอะไ