จเกินไปแล้ว ตอนนั้นใส่ร้ายพวกข้าว่าขโมยเงินในบ้านตัวเองยังไม่พอ ใส่ร้ายไม่สำเร็จยังคิดจะปลิดชีวิตลูกชายข้า ฆ่าคนปิดปาก คิดไม่ถึงว่าพวกข้าจะโชคดี มาพบคุณชายเยี่ยน…”
“จับพวกนั้นได้คาหนังคาเขา หลักฐานชัดเจนแน่นหนา นี่ก็คือกรรมตามสนอง!”
“น่าเสียดายที่ตอนนั้นปล่อยให้เฉินเสิ่นพาพวกลูกสะใภ้หนีไปได้”
……
“ตอนนี้พวกนางยังมีหน้ามาด่าคนถึงที่นี่?” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ “พวกนางเป็นบ้าไปแล้วหรือ? คนอย่างพวกนางสมควรเข้าคุกไปกับฆาตกรพวกนั้น ตัดสินโทษประหารไปเสียด้วยกัน”
ป้าเฉินไร้ความเห็นต่อคำพูดของเย่อวี๋หราน เพียงพูดถึงเรื่องสำคัญว่า “โกรธไปก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคือพิจารณาว่าจะจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างไร พวกนางมาหาถึงที่แล้ว ถ้าปล่อยออกไปก็อาจพูดอะไรเลอะเทอะ แต่ถ้าเก็บไว้ใกล้ตัวก็เป็นภัย…”
สมกับที่เป็นผู้ดูแลเรือนของตระกูลใหญ่ หนักแน่นเฉียบแหลม! เย่อวี๋หรานนึกเลื่อมใสในใจ นาง ‘ยุ’ ไปขนาดนั้นแล้ว คิดไม่ถึงว่าป้าเฉินยังสามารถเยือกเย็นอยู่ได้ ทั้งยังรู้ว่าเรื่องไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ผู้ดูแลเรือนเช่นนี้ อย่าว่าแต่สกุลเยี่ยนชมชอบ แม้แต่นางเองก็ชมชอบเช่นกัน ชักอยากจะแย่งคนมาเสียแล้ว
แน่นอน นางทราบว่าเรื่องนี้ไม่มีทางสำเร็จ ยังไม่พูดถึงว่าป้าเฉินเป็นคนที่เกิดในเรือนสกุลเยี่ยน อย่างไรเสียก็เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเจ็ดกับคุณชายเยี่ยน นางจึงไม