นกว่าเดิม…คนผู้นี้ควรค่าแก่การคบหา
ชีวิตนี้เจ้าเจ็ดได้พบกับกัลยาณมิตรเช่นนี้ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
เดิมทีนั้นเย่อวี๋หรานอยากปฏิเสธ นางอายุปูนนี้แล้ว ทั้งยังไม่อาจลงจากเตียง กินข้าวกับนางไม่ค่อยสะดวกนัก มิสู้พวกเขาสามคนไปรับประทานด้วยกัน เช่นนี้จึงจะผ่อนคลายมากกว่า
เยี่ยนเหออันกลับพูดว่า “จูต้าเหนียง เมื่อวานนี้คุณชายจูซานกับซุ่นเต๋อยุ่งอยู่กับเรื่องของท่าน เกรงว่าคงไม่มีเวลาไปสอบถามเรื่องพ่อลูกตระกูลเฉิน ข้าคิดว่าจะเล่าให้พวกท่านฟังระหว่างที่กินข้าว พวกท่านจะได้รับทราบเอาไว้”
เย่อวี๋หรานได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีก
ป้าเฉินผู้ดูแลจวนสั่งให้บ่าวรับใช้ยกโต๊ะมาวางตรงหน้าเย่อวี๋หราน โดยตั้งโต๊ะให้ชิดขอบเตียง
สาวใช้ทั้งหลายทยอยยกถาดอาหารนำมาจัดเรียงบนโต๊ะ
เย่อวี๋หรานสังเกตว่า อาหารที่ถูกปากนางล้วนถูกตั้งไว้ตรงหน้านาง โดยพยายามจัดให้อยู่ใกล้นางมากที่สุด ส่วนอาหารที่ถูกปากจูซานกับจูชีก็วางไว้เบื้องหน้าพวกเขา
ซุ่ยเอ๋อรู้หน้าที่ยิ่งนัก มายืนอยู่ริมขอบเตียง คอยช่วยปรนนิบัติเย่อวี๋หรานกินข้าว
“จูต้าเหนียง ท่านอยากกินอะไรเชิญบอกบ่าวมาได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวป้อนอาหารเก่งยิ่ง ท่านต้องให้โอกาสบ่าวได้แสดงฝีมือด้วยนะเจ้าคะ”
เย่อวี๋หรานรู้สึกประทับใจต่อความใส่ใจของอีกฝ่ายยิ่งนัก จึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
เยี่ยนเหออันมองสาวใช้ซุ่ยเอ๋ออย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มแล้วเอ่