ถอย
เขาไม่ต้องการลงเอยด้วยความพิกลพิการในยามแก่เฒ่าและต้องวิตกกับช่วงสุดท้ายของชีวิตเฉกเช่นเฉินหลิ่ง
น่าเสียดายที่เขาฝันหวานเกินไป คนผู้นั้นไม่เพียงแต่ ‘ไม่ยอมร่วมมือ’ แต่กลับ ‘รนหาที่’ จนถึงแก่ความตาย แล้วเขาจะทำอย่างไรได้
“บอกข้ามาซิ ข้าทำถึงเพียงนี้แล้ว ยังไม่ถือว่าเมตตาและเที่ยงธรรมอีกหรือ?” เขาตีมือตนเองพลางเอ่ยถาม “ใครจะทำได้เท่าข้าอีก อีกเพียงนิดก็จะป้อนข้าวเข้าปากท่านแล้ว”
ประโยคนี้ทำเอาเฉินเสิ่นเถียงไม่ออก นางขยับปากเอ่ย “เหล่าเฉิน… อย่ามัวยกเรื่องพวกนี้มาพูด เจ้าไม่ได้ออกไปสืบข่าวหรอกหรือ พี่ชายเจ้ากับลูกชายของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เป็นอย่างไรน่ะหรือ ทันทีที่ข้าออกไปก็ถูกเล่นงาน ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า” หลังพูดจาอ้อมค้อมมานาน ที่แท้อีกฝ่ายก็เพียงห่วงความเป็นความตายของสามีและลูกชาย ไม่นึกถึงความยากลำบากของเขา อาเฉินได้แต่เดือดดาลในใจจนไม่อาจสงบลงได้
เขายอมลำบากเพื่ออีกฝ่ายมานานหลายปี ทว่าในสายตาอีกฝ่ายกลับเห็นเขาเป็นเพียงเครื่องมืออย่างนั้นหรือ?
“คงไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ได้ตามสืบใช่ไหม?” นางถามด้วยท่าทีจับผิด
เขาช่วยพวกนางจริง ๆ หรือเพียงทำทีเป็น ‘ร่วมมือ’ เพราะกลัวจะตกที่นั่งลำบาก
หากอาเฉินไม่ยอมช่วยเหลือ สามีกับลูกชายของนางจะไม่เดือดร้อนไปแล้วหรือ…
เมื่อคิดได้เช่นนี้ความวิตกก็มาเยือน จึงรีบถามอาเฉินว่าวันนี้ไปทำอะไร เหตุใดจึงไม่ได้ข่าวคราวแต่อย่างใด
“เหล่าเฉิน เจ้าไปไหนมากันแน่?