้มลงไปเต็มแรง
พอจะยืนขึ้นค่อยพบว่าบั้นท้ายปวดแปลบ ลุกไม่ขึ้น
บ่าวผู้ติดตามเห็นนางทำท่าจะล้มก็ถลาเข้ามาประคอง “ท่านป้า ท่านได้รับบาดเจ็บหรือขอรับ? ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ข้าขอไปรายงานคุณชายก่อนแล้วจะส่งท่านไปหาหมอทันที…”
“ไม่ต้องไม่ต้อง พวกท่านไปส่งข้าที่โจวเสวียก็พอแล้ว” พอเย่อวี๋หรานได้ยินว่าจะไปพบหมอย่อมไม่ตกลง รีบร้อนพูดว่า “ลูกชายข้าถูกคนตี ข้าต้องไปขอความช่วยเหลือที่โจวเสวีย เขามีนามว่าจูซุ่นเต๋อ เป็น…”
นางยังพูดไม่จบก็มีเสียงร้องอุทานดังมาจากในรถม้า “จูซุ่นเต๋อ?! ท่านป้าหมายถึงจูซุ่นเต๋อจากหมู่บ้านสกุลจูในตำบลอันจิ่วใช่หรือไม่?”
จากนั้น คุณชายสวมชุดหรูหราคนหนึ่งก็กระโดดลงมาจากบนรถม้า มองมาที่นางด้วยความร้อนใจ
เย่อวี๋หรานประหลาดใจสุดแสน “ท่านรู้จักลูกชายข้า?”
“คุณชายของข้าแซ่เยี่ยน” บ่าวผู้ติดตามเอ่ยขึ้นจากข้าง ๆ
เย่อวี๋หรานพลันนึกออกแล้ว “คุณชายเยี่ยนหรอกหรือ?! สวรรค์ ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? เช้าวันนี้เจ้าสามบ้านข้าเพิ่งไปพบท่านมา บอกว่าช่วงเช้าท่านต้องออกไปทำธุระไม่ใช่หรือ…”
กล่าวถึงตรงนี้ นางค่อยนึกได้
ออกไปทำธุระข้างนอก แต่อีกฝ่ายไม่ได้บอกว่าไปที่ไหนนี่นา ไปแถว ๆ โจวเสวียของเมืองผู่โซ่วก็คือ ‘ไปทำธุระ’ เหมือนกัน
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย ท่านป้า ท่านบอกก่อนเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกับซุ่นเต๋อ” เยี่ยนเหออันถามอีกครั้งอย่างกระวนกระวายใจ
เย่อวี๋หรานก็ไม่สบายใจเช่นกัน นางตอบว่า “เร