เพื่อตรวจสอบดูว่าตนเองมาผิดที่หรือไม่
ไม่ผิดนี่นา นี่คือเรือนพักที่ครอบครัวข้าเช่าอยู่!
ไม่มีใครให้ความร่วมมือ เย่อวี๋หรานก็ไม่มีแก่ใจจะด่าต่อไป นางสูดหายใจเข้าลึก “ฮู่ว…ฮู่ว…ฮู่ว…”
ทรวงอกขยับขึ้นลง แต่กลับไม่อาจข่มโทสะเต็มท้องลงไปได้
โมโหที่อีกฝ่ายเคราะห์ร้าย ยิ่งโมโหที่อีกฝ่ายไม่สู้กลับมากกว่า
นางทราบว่านี่คือโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทราบว่านี่เป็นข้อจำกัดของยุคสมัย แต่เมื่อเรื่องมาเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานาง นางถึงเพิ่งตระหนักว่าตนเองรับไม่ได้ถึงเพียงนี้
สามีตบตีภรรยาถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายหญิงยังไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอันใดไม่ถูกต้อง นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าปานไหนกัน?
นางสบสายตาที่มองมาของสะใภ้ใหญ่เฉิน แล้วหันไปมองแววตาว่างเปล่าของเฉินเสิ่นและสะใภ้รองเฉิน ส่วนลึกในใจพลันรู้สึกอ้างว้างหม่นหมอง
“ท่านแม่ อย่าโมโหไปเลยขอรับ ท่านดื่มน้ำสักจอก จะได้เย็นลง…” ในฐานะลูกกตัญญู จูซานจะทนมองมารดาตัวเองโมโหโดยไม่สนใจเลยได้อย่างไร เขารีบเดินเข้ามาหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะเทใส่จอก เกลี้ยกล่อมให้นางดื่มชาพลางช่วยลูบหลังให้
พร้อมกันนั้น หางตาของเขาก็แลเห็นมีดที่ปักคาอยู่บนโต๊ะ
ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มารดาถึงโมโหขนาดนี้?
ดูมีดสิ ปักลึกขนาดนั้น ตอนฟันลงไปต้องออกแรงมากแค่ไหนกัน
“เจ้าสาม เจ้ากลับมาแล้ว” ขอบตาของเย่อวี๋หรานรื้นน้ำ รับจอกชามาดื่ม
น่าเสียดายที่ใจกตัญญูของจูซานไม่อาจสลายความหนาวเหน็บในใจนางไปได