้
จวบจนยามนี้ นางค่อยตระหนักได้ว่า การคิดจะหลอมรวมเข้ากับยุคสมัยนี้ สำหรับนางแล้วยากเย็นเพียงใด
ทั้งที่นางยอมรับลูกชายทั้งหลายของสกุลจูแล้ว ทั้งยังเต็มใจแบกรับภาระช่วยพวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัว แต่บางสิ่งบางอย่างถึงที่สุดแล้วก็ไม่เหมือนกัน
ความแตกต่างทางวัฒนธรรมอันใหญ่หลวงและความเข้าใจที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้ก็เหมือนช่องว่างที่มองไม่เห็น ขีดคั่นระหว่างนางกับยุคสมัยนี้ไปตลอดกาล มักจะกระโดดออกมาเตือนสติในยามที่นางไม่ได้ตั้งตัวว่า…เจ้าไม่ใช่คนยุคนี้ เจ้าต่างจากพวกเขา
ความล้าหลัง ความเขลา และศักดินา สิ่งที่นางอยากมองข้ามไปเหล่านี้ก็เหมือนกับต้นฝอยทองที่ยืดหยุ่นต้นแล้วต้นเล่า แลดูเปราะบาง ทว่าแสนจะยืดหยุ่น ยากจะตัดขาด
ร่างติดหล่มในปลักโคลน จะปล่อยให้โคลนนั้นแปดเปื้อนตนเอง หรือจะสลัดร่างไปมา เอาอย่างบัวที่เกิดแต่ตมหากไม่เปื้อนโคลน ทำตนเองให้บริสุทธิ์ไร้มลทิน หรือจะยอมหลั่งเลือดเพื่ออุดมการณ์ที่ยึดมั่นโดยไม่เอียงเอน ใช้กำลังอันน้อยนิดของตนไปจุดตะเกียงแห่งปัญญานั้นกันเล่า?
จูซานมองไม่ออกว่ามารดาคิดอะไรอยู่ แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงของมารดา เขากล่าวว่า “ขอรับ ข้ากลับมาแล้ว ท่านแม่”
“ส่งเทียบขอพบหรือยัง?”
“ส่งแล้วขอรับ ตอนข้าไป พอทางนั้นได้ยินว่าเป็นเทียบขอพบของน้องเจ็ดก็เชิญข้าไปนั่งรอที่โถงรับแขก บอกว่าคุณชายเยี่ยนกำชับเอาไว้แล้ว ถ้าได้รับเทียบขอพบของน้องเจ็ดจะต้องไปรายงานเขาทันท