ถ้าลูกสะใภ้ของข้ากล้าแอบอู้งานในเวลาแบบนี้ ข้าคงดุด่านางไปแล้ว”
นางพูดพลางเดินไปทางจูชี ช่วยเขาหยิบสิ่งของจากในกล่องตำราออกมา
สะใภ้ใหญ่เฉินไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงนึกยินดี รีบเดินตามเข้ามาพลางตอบกลับว่า “จูต้าเหนียงช่างชอบพูดตลกเสียจริง แค่เห็นท่านก็รู้แล้วว่าเป็นแม่สามีที่ดีคนหนึ่ง จะดุขนาดนั้นได้อย่างไร? ถ้าใครได้แต่งให้ลูกชายท่าน เป็นลูกสะใภ้ของท่าน ถือว่ามีบุญยิ่งนัก…”
“มีบุญอะไรกัน เจ้าคงไม่รู้สินะว่าพวกลูกสะใภ้ที่บ้านข้าล้วนเคยถูกข้าใช้ไม้กวาดจัดการมาแล้วทั้งนั้น?” เย่อวี๋หรานหยิบสิ่งของในกล่องตำราออกมาจนหมด ทั้งยังจงใจพลิกกล่องตำราคว่ำลง เคาะอยู่หลายครั้ง ทำเหมือนอยากเคาะสิ่งสกปรกในนั้นออกมาให้หมด
สะใภ้ใหญ่เฉินตะลึงไปเล็กน้อย นางมองสิ่งของเหล่านั้นอย่างประหลาดใจ สลับกับมองกล่องตำราที่เย่อวี๋หรานพลิกคว่ำ สมองกลับครุ่นคิดอีกเรื่อง “หา? ท่านเคยใช้ไม้กวาดตีลูกสะใภ้ด้วยหรือ?”
“ก็ต้องตีน่ะสิ พวกนางแต่ละคนหนังหนาทั้งนั้น พอเห็นว่าข้าไม่อยู่ก็ชอบอู้งาน ถ้าข้าไม่คอยจับตามองเอาไว้ พวกนางจะไม่ขวัญกล้าเทียมฟ้าเลยหรือ? ใช้ไม้กวาดตีกลับเป็นเรื่องเล็ก ใครกล้าไม่เชื่อฟังข้า แม้แต่ข้าวเย็นก็ไม่ต้องกินแล้ว ต้องออกไปยืนข้างนอกให้ข้า ข้าไปนอนตอนไหน นางถึงจะได้กลับเข้ามา” เย่อวี๋หรานเคาะกล่องตำรา ขณะหันหน้ามาจ้องมองสะใภ้ใหญ่เฉิน
ถ้าเป็นคนที่รู้จักระมัดระวังตัวคงมองออกแล้วว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง น่