ังได้ยินเช่นนั้น “ศิษย์ของข้าและศิษย์ของสำนักศึกษาไม่เหมือนกัน และจะมีเพียงศิษย์ของข้าเท่านั้นที่จะได้รับการสั่งสอนจากข้าจริง ๆ”
“ท่านยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นหรือขอรับ?” จูชีถามด้วยความใสซื่อ
อาจารย์สวีลูบเคราก่อนจะกล่าวด้วยความภูมิใจ “ข้าแซ่สวี และทุกคนเรียกข้าว่าอาจารย์สวี”
จูชีนึกถึงผู้ยิ่งใหญ่ที่อาจารย์เสินเคยบอกกล่าว เวลานี้เขาส่ายหัวอย่างไร้เดียงสา “ข้าไม่เคยได้ยินสิ่งนี้เลยขอรับ”
อาจารย์สวีถึงกับเงียบไป
คนรอบข้างที่ยืนอยู่ถึงกับหงุดหงิด เด็กคนนี้โง่เขลาเกินไป เหตุใดเขาจึง ‘เขลาเบาปัญญา’ ได้มากมายปานนี้?
เจ้าหมายถึงอะไรกันที่ว่าไม่เคยได้ยิน?
อาจารย์สวีก็คืออาจารย์สวี ปราชญ์ผู้เลื่องชื่อที่สุดของสกุลสวี
หากได้คำชี้แนะจากเขา ย่อมถือว่ายอดเยี่ยมเสียกว่าอ่านตำราเป็นสิบปี! ไม่อย่างนั้นจะมีผู้คนมากมายตั้งหน้าตั้งตาอยากจะเป็นศิษย์ของเขาหรอกหรือ?
น่าเสียดายที่อาจารย์สวียืนยันว่าเขาแก่แล้ว และไม่รู้ว่าจะมีชีวิตได้อีกยาวนานเพียงใด… เขาจึงปฏิเสธที่จะรับศิษย์
จึงเป็นเรื่องยากที่อาจารย์สวีจะเปิดปากยอมรับศิษย์สักคน และเด็กคนนี้อาจจะเป็นศิษย์คนสุดท้ายที่ได้รับเลือก แต่เด็กน้อยคนนี้กลับ ‘ดูถูก’ เขาเสียอย่างนั้น?!
“แล้วเจ้าเคยได้ยินนามของผู้ใดบ้างเล่า?” อาจารย์สวีถาม
จูชีตอบกลับอย่างซื่อตรง “ปรมาจารย์อวิ๋น ปรมาจารย์เฉินกวง ปรมาจารย์กงเหลียง…”
อาจารย์สวีไม่ทราบว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ในเวลานี้