ายของจูชีเต็มไปด้วยความละเอียดรอบคอบและยังสัตย์ซื่อ ไม่มีการกล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย มีเพียงรายละเอียดที่ครบถ้วนภายในชีวิตประจำวัน
และจากรายละเอียดเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าเขารักใคร่หลานชายทั้งสองคนเพียงใด และเด็กชายทั้งสองเองก็ชื่นชมพร้อมเชื่อฟัง ‘อา’ ผู้นี้ยิ่ง
อาจารย์สวีพลันเข้าใจทันทีว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงชอบการอ่านนัก นั่นเพราะเจ้าตัวมีความสุขที่ได้ทำเช่นนี้ สามารถแบ่งปันความรู้ของตนเองให้กับผู้อื่นได้
‘ชอบทำตัวเป็นครูให้คนอื่น’ คงจะเป็นคำจำกัดความของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้
“เช่นนั้นเจ้าเต็มใจจะเป็นศิษย์ของชายชราอย่างข้าหรือไม่?” อาจารย์สวีจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อาจารย์สวี!!!” ในฝูงชน คุณชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะอุทานเสียงดัง
เขาทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!
ศิษย์ของอาจารย์สวีมิใช่ว่าผู้ใดจะได้รับโอกาสโดยง่ายมิใช่หรือ? ไม่รู้ตั้งกี่คนที่อยากจะเป็นศิษย์ของชายชราผู้นี้
ทว่าในเวลานี้ เด็กหนุ่มที่ดูคล้ายจะโง่เขลากลับทำให้อาจารย์สวีถึงกับเปิดปากรับเป็นศิษย์ได้!
อาจารย์สวีเพียงเหลือบมองชายที่อุทานเสียงดังเพื่อส่งสัญญาณให้หุบปากลง จากนั้นจึงหันกลับมาหาจูชีอย่างรอคอยคำตอบ
ส่วนจูชีไม่ได้คิดอะไรนัก เขาเพียงกล่าวออกมาด้วยความสงสัย “ศิษย์มาที่สำนักศึกษาเพื่อเล่าเรียนขอรับ”
ก็ในเมื่อเขามาที่นี่เพื่อศึกษา เขาก็สมควรเป็นศิษย์ของอาจารย์แล้วมิใช่หรือ?
อาจารย์สวีถึงกับระเบิดหัวเราะลั่นหล