นหรือไม่?”
จูชีพลันสับสนขึ้นมาก่อนจะตอบกลับไปว่า “ข้ารู้เพียงว่าชอบ ต้องมีเหตุผลอื่นด้วยหรือขอรับ?”
เช่นเดียวกับที่เขาชื่นชอบหลานชายของตน ไม่มีเหตุผลใดรองรับ แต่เขาก็ชื่นชอบพวกเขามาก
อาจารย์สวียกยิ้ม “เจ้าบอกว่าเจ้าอ่านตำรามากมายนัก แล้วเจ้าเข้าใจความหมายของตำราเหล่านั้นหรือไม่?”
เวลานี้จูชีส่ายศีรษะด้วยความสัตย์ซื่อ “ข้าเข้าใจเพียงน้อยนิดขอรับ”
“เจ้าก็เพียงซึมซับมันต่อไป” อาจารย์สวีไม่คิดตำหนิ “เจ้าไม่เข้าใจด้วยซ้ำ แล้วการอ่านตำรามากมายเช่นนี้จะมีประโยชน์ใดเล่า?”
“แน่นอนว่ามีประโยชน์ ข้าเพียงแค่เขียนมันแล้วหยิบยกให้หลานชายของข้ารับชม” เวลานี้จูชีเผยยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ “หลานชายข้าฉลาดนัก เขายังตัวเพียงเท่านี้เองนะขอรับ” เขาแสดงท่าทางประกอบพร้อมเอ่ยต่อไปว่า “แต่เขาสามารถท่องคำภีร์สามอักษรและคัมภีร์สัทอักษร…”
เขาบอกเล่าว่าทั้งสองคนนั้นรู้ถึงศาสตร์ของตัวเลขมากมาย แม้ตัวเขาเองจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่เมื่อเขาวางแผนภาพชลประทานในหมู่บ้านสกุลจู ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ช่วยเขาคำนวณทุกสิ่ง และยังวาดแผนภาพมากมายร่วมด้วย
ในกล่องตำราของเขายังมี ‘การบ้านประจำวัน’ ของต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอยู่ด้วย
แม้จะดูทั่ว ๆ ไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่าแฝงด้วยข้อคิดที่ไม่เหมือนผู้ใด ทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบางสิ่งที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน
มองเพียงครู่เดียวก็สามารถบอกได้ชัดเจนว่าเด็กสองคนนี้ฉลาดมาก
คำอธิบ