้า “ขอรับ ข้าอ่านมันเพียงครั้งเดียวก็สามารถจดจำมันได้แล้ว ท่านแม่ของข้าบอกว่าเราสามารถจดจำทุกสิ่งให้เป็นภาพถ่ายได้ แต่เพราะข้าไม่ค่อยฉลาดนักจึงท่องจำได้เพียงบทกวีนิพนธ์ ทฤษฎีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ แต่ด้วยการสอบฝู่ซื่อ สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง หากจะให้สอบผ่านได้ก็คงยากเย็นสำหรับข้าแล้ว”
ถ้าอย่างนั้นเด็กคนนี้จึงทำได้เพียง ‘ท่องจำ’ แต่ไม่อาจแต่งกลอน หรือร่างทฤษฎีใด ๆ ได้ เช่นนั้นเขาจะสอบฝู่ซื่อผ่านได้อย่างไร? จนถึงตอนนี้ชายชราจึงเข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้จึงไม่สามารถสอบฝู่ซื่อได้
ไม่ว่าสิ่งที่เขากล่าวออกมาจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ด้วยท่าทางที่สัตย์ซื่อของคนคนนี้ ต่อให้เขาร่ำเรียนไปอีกหลายปี เขาก็คงไม่มีวันสอบเคอจวี่ได้ใช่หรือไม่?
หลังจากที่ตระหนักได้เช่นนี้ เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก ในเมื่อเด็กคนนี้ไม่อาจสอบเคอจวี่ได้ แต่เหตุใดครอบครัวของเขาจึงต้องการส่งเขาเข้าเรียนในสำนักศึกษากันเล่า?
อาจเป็นเพราะ…
อาจารย์ผู้เฒ่ากวาดสายตาไปทั่วก่อนจะหยุดลงที่เย่อวี๋หราน “ข้าขอถามได้หรือไม่ เจ้าคือมารดาของจูซุ่นเต๋อ จูต้าเหนียงใช่หรือไม่?”
“หากท่านมีสิ่งใดสอบถาม สามารถถามข้าได้โดยตรง” เยว่อวี๋หรานตอบกลับอย่างสัตย์ซื่อ
“ถ้าอย่างนั้นข้าอยากทราบว่าเหตุใดจูต้าเหนียงจึงต้องการส่งจูซุ่นเต๋อเข้าสู่สำนักศึกษา?”
เย่อวี๋หรานไม่คิดปิดบัง ก่อนจะกล่าวตอบอย่างสัตย์ซื่อว่า “เป็นเพราะการอ่านเขียน คำสอนขงจื่อ การศึกษานั้นไม่แบ่