โดยเฉพาะคนพาล เพราะเจ้าไม่อาจรู้ได้เลยว่าคนพาลผู้นั้นจะแว้งมากัดเจ้าตอนไหน”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ท่านแม่”
“ดี กินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะชืดเสียก่อน”
……
คนทั้งสามกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จแล้วก็ไม่ได้รอให้คนตระกูลเฉินมาเก็บถ้วย
แม้อีกฝ่ายจะบอกไว้แล้ว แต่เย่อวี๋หรานก็ไม่ยินดีจะไปใช้งานคนอื่นเหมือนบ่าวรับใช้เช่นนั้น
ตักน้ำมาล้างชามจนสะอาด จากนั้นก็นำมันเทศถุงหนึ่งจากอาหารแห้งที่พกติดตัวมาใส่ไว้ในตะกร้า
เย่อวี๋หรานปล่อยให้จูซานกับจูชีจัดการความเรียบร้อยภายในห้องต่อไป ส่วนตนเองเอาตะกร้าไปคืนตระกูลเฉินที่เรือนหน้า
จากเรือนหลังไปเรือนหน้าต้องวกไปทางประตูพระจันทร์
ตระกูลเฉินปลูกต้นดอกกุ้ยไว้สองฟากของประตูพระจันทร์
มีคำกล่าวว่าเดือนแปดหอมกลิ่นดอกกุ้ย แม้ตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงออกดอกของพวกมัน แต่ก็สามารถจินตนาการได้ว่าเมื่อผ่านไปอีกสองเดือน ที่นี่จะมีทิวทัศน์อย่างไร
ในสวนของเรือนหน้ามีต้นไทรย้อยใบทู่สูงใหญ่ต้นหนึ่ง คาดว่าคงมีมาตั้งแต่ก่อนจะปลูกเรือนหลังนี้แล้ว คนตระกูลเฉินเก็บมันเอาไว้ ทั้งยังวางโต๊ะหินตัวหนึ่งไว้ใต้ต้นไทรย้อยใบทู่ มีม้านั่งหินแวดล้อมทั้งสี่ด้าน
ถึงจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่มั่งมี แต่บนโต๊ะและม้านั่งก็แกะสลักลวดลายเรียบง่าย
บริเวณนั้นมีเด็กสองคนทะเลาะกัน คล้ายว่าจะไม่พอใจเรื่องผลแพ้ชนะหมากล้อม
สะใภ้ใหญ่เฉินได้ยินเสียงก็พับแขนเสื้อเดินเข้ามาดุพวกเขา
“เฮอะ! เขาเล่นโกงแท้ ๆ ท่านแม่ ทำไมท่านไม่ว่าอะไรเขาเล