ด้วยโดยไร้ต้นสายปลายเหตุมักมีเจตนาไม่ซื่อ นอกจากนี้เขาต้องไปส่งสินค้า พวกเรานั่งรถม้า ต่อไปคงไม่ได้โคจรมาพบกันอีก ไม่จำเป็นต้องสนิทสนมกัน ป้องกันเอาไว้ก่อนเท่าที่จะทำได้ก็เท่านั้น”
จูซาน “…”
หมายความว่าที่เขาคิดสรตะมาตลอดทาง นึกว่ามารดาหยั่งใจคนได้ แต่เหตุผลกลับมีแค่นี้เนี่ยนะ?
“ก่อนหน้านี้พี่เป้าก็บอกเอาไว้แล้วว่า ขบวนส่งสินค้านี้เป็นของตระกูลใหญ่สักตระกูล แต่เจ้าดูหัวหน้าเกาผู้นั้น ดูเหมือนผู้ใต้บังคับบัญชาใครที่ไหนกัน? ถ้าไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังคงเข้าใจว่าขบวนส่งสินค้านี้เป็นของเขาแล้ว…” เย่อวี๋หรานพูดต่อไปว่า “ทำตัวเด่นเช่นนั้น หากมิใช่คนเป็นนายฟุ้งเฟ้อโอ้อวดตน ก็ต้องเป็นคนที่มีใจเห่อเหิมทะเยอทะยาน ขณะที่สิ่งที่สกุลจูต้องการในเวลานี้ก็คือไม่ไปสะดุดตาคนอื่น ไม่ว่าหัวหน้าเกาจะมีความคิดอะไร พวกเราก็ไม่เหมาะจะผูกมิตรกับเขา”
คราวนี้จูซานเข้าใจแล้ว มารดารังเกียจว่าอีกฝ่ายทำตัวเด่นจนเสียดแทงนัยน์ตานั่นเอง
กลัวว่าสกุลจูผูกมิตรกับเขาแล้ว วันหน้าจะมีเรื่องยุ่งยากตามมาจึงหลีกลี้หนีห่างอีกฝ่าย
แต่คิดแล้วก็เข้าใจได้ การวางตนของหัวหน้าเกาไม่น่าพิสมัยจริง ๆ นั่นแหละ พลิกสีหน้าไวเกินไป
“วันหน้าเมื่อเจ้าได้พบเจอคนมากขึ้นก็จะค่อย ๆ เข้าใจเองว่า คนประเภทไหนควรค่าแก่การคบหา คนประเภทไหนห่างได้เป็นดี” เย่อวี๋หรานเหลือบตาขึ้นสบตาจูซานแล้วกล่าวว่า “ยอมเสียเปรียบเล็กน้อย ดีกว่าไปล่วงเกินคนอื่นง่าย ๆ