ลังจากนั้นยังมีข่าวลือแพร่ออกมาบ้าง แต่มีแค่ข่าวลือ ไม่มีหลักฐาน เจ้ายังจะทำอย่างไรได้?
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสที่เป็นบุคคลสำคัญของเรื่องยังยืนยันหนักแน่น…คนที่เป็นชู้กับแม่ม่ายฉินคือจูสุ่ยหนิว ไม่เกี่ยวกับจูเหล่าโถว เขาถูกใส่ร้าย
ตอนนี้ ทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกัน
แต่ตอนนี้ ย่าลี่ฮวากลับร้อนใจจนไม่ทันได้คิดอะไร ตรงมาหาเย่อวี๋หรานเพราะเรื่องนี้
เย่อวี๋หรานหรี่ตา พยายามคาดเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่าย
ย่าลี่ฮวาอึ้งไป “หา? แต่ว่า…”
“แต่อะไร?” เย่อวี๋หรานถามพลางจ้องเขม็ง
“แต่…แต่ตอนนั้น…” ย่าลี่ฮวาก็ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกัน คงไม่อาจพูดออกมาว่า นางคิดว่าคนที่แม่ม่ายฉินเป็นชู้ด้วยคือจูเหล่าโถวหรอกกระมัง
“ตอนนั้นอะไร?”
ย่าลี่ฮวา “…”
“มีคนตายก็ไปแจ้งผู้อาวุโส ให้ผู้อาวุโสจัดการเรื่องหลังจากนั้น ข้าไม่ใช่ผู้อาวุโสเสียหน่อย มาหาข้าไม่มีประโยชน์หรอกนะ” เย่อวี๋หรานพูดต่อไปว่า “ย่าลี่ฮวา ท่านมาผิดที่แล้ว”
ย่าลี่ฮวาเดินโซเซออกมาจากเรือนสกุลจู
เดินไปได้สักพัก นางค่อยนึกขึ้นมาได้ว่า ‘เดี๋ยวนะ ข้ามาหาจูต้าเหนียงทำไม?’
จากนั้นก็ตบต้นขาตัวเองอย่างอารมณ์เสีย
นางไม่ได้มาพูดเรื่องการตายของแม่ม่ายฉินเสียหน่อย นางตั้งใจว่าจะเอาเรื่องนี้มาประจบจูต้าเหนียงต่างหาก!
มันน่านัก!
ไฉนพอเห็นคนก็พูดจาไม่เป็นเสียแล้ว ทำเสียเรื่องแบบนี้ไปได้อย่างไรนะ?
ในไม่ช้า ข่าวการตายของแม่ม่ายฉินก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านสกุลจู