โคลนไปหมด กว่าจะแยกสองสามีภรรยาออกจากกันและลากตัวขึ้นไปบนพื้นที่ว่างข้างนาน้ำได้
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสหน้าเขียวคล้ำ “รู้จักแต่ตีกันนั่นแหละ ตีกันหาพระแสงอะไร? พวกเจ้าไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปแล้วงั้นเรอะ? พวกเจ้ายังอยากทำนาน้ำอยู่ไหม?”
“ถ้าพวกเจ้าไม่อยากอยู่แล้วก็อย่ามาทำให้นาของคนอื่นเสียหาย คนเขาลำบากลำบนปักดำจนเสร็จแล้ว แต่พวกเจ้าลงไปเกลือกกลิ้งแบบนั้น ทำกล้าพวกเขาเสียหายหมด พวกเจ้าจะชดเชยไหม?”
“จะเอาอะไรมาชดเชย?”
“เอาชีวิตมาชดเชยงั้นเรอะ!”
……
จูหย่งหนิงกับหญิงปากสว่างยืนนิ่งเนื้อตัวเปียกปอนอยู่คนละฝั่ง ไม่มีใครปริปากพูด
จูเหล่าโถวตั้งแต่ต้นจนจบ “…”
ถึงจะรู้สึกเหมือนถูกภรรยาสวมเขา แต่ว่ากันตามตรง เขาออกจะเห็นใจจูหย่งหนิง
ใครได้แต่งเมียที่ก่อปัญหาไม่หยุดหย่อนแบบนี้ก็คงไม่เป็นสุขนักหรอก!
แล้วหันไปมองเงาหลังของเย่อวี๋หราน ตามด้วยมองไปทางลูกชายกับลูกสะใภ้ที่อยู่ข้าง ๆ เขาค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
เฮ้อ…
ช่างเถอะ เป็นแบบนี้มาทั้งชีวิตแล้ว ยังจะมีชีวิตต่อไปได้อีกสักกี่ปีก็ยังไม่รู้ เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ภรรยาของเขา ‘ดุ’ ไปหน่อยก็จริง แต่ดีกว่าหญิงปากสว่างมากแล้ว
เย่อวี๋หราน “…”
ข้าคงต้องขอบคุณท่านสินะ พี่ชาย!
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสลับกันตำหนิจูหย่งหนิงกับหญิงปากสว่างยกใหญ่
มาช่วยดูเรื่องนาน้ำให้แท้ ๆ แต่พวกเขาสองคนกลับมาทะเลาะกันเสียอย่างนั้น
ตกลงแล้วให้มาดูเรื่องนาน้ำหรือมาดูค