จากนั้นก็เดินกลับเข้าเรือน ครุ่นคิดว่าจะเอาของขวัญอะไรไปให้หลิวเจี้ยนถง
เพราะคิดไม่ออกจึงไปขอความช่วยเหลือจากจูซาน
ต่างจากจูชีที่เป็นคนซื่อ ๆ จูซานนั้นมีสายตาแหลมคมยิ่ง เขาตอบกลับทันทีว่า “อาจารย์เสินทำบทเรียนเพิ่มเติมให้เจ้าไม่ใช่หรือ ข้าคิดว่าเจ้าให้สิ่งนั้นเป็นของขวัญจะดีมาก”
“อ๋า? แต่อาจารย์บอกว่าของพวกนั้นเพียงเหมาะกับข้า ไม่เหมาะกับคนอื่น แม้แต่กวงจี้ก็ยังไม่ได้เลยนะ”
ตอนที่อาจารย์เสินเอามาให้จูชี เสินกวงจี้ก็อยู่ด้วย
เสินกวงจี้ยังนึกอิจฉา แม้ไม่ได้พูดออกมา แต่อาจารย์เสินก็มองออกอยู่ดี
“ไม่ต้องมองแล้ว ของพวกนี้ไม่เหมาะกับเจ้า สิ่งที่สอนเจ้าในยามปกติ เจ้ายังเรียนไม่หวาดไม่ไหว อย่าทำอะไรเกินกำลังตัวเอง เจ้าทำความเข้าใจบทเรียนเท่าที่มีตอนนี้ให้ถ่องแท้ก็พอแล้ว”
อาจารย์เสินกล่าวเช่นนี้แล้ว เสินกวงจี้ยังจะกล้ามีความคิดเป็นอื่นได้อย่างไร
แม้หลังจากนั้นจะแอบมาดูสิ่งที่บิดามอบให้จูชี แต่ก็ต้องยอมรับว่า เอาตนเองไปเทียบกับคนอื่นก็มีแต่จะปวดใจเสียเอง…อีกฝ่ายสามารถท่องของพวกนั้นได้ แล้วเขาท่องได้หรือ?
จูซานมองจูชีแล้วพูดว่า “ไม่ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ เจ้าให้เขาไปแล้ว นั่นคือน้ำใจจากเจ้า แสดงให้เห็นว่าเจ้าไม่ได้ยึดถือว่าสิ่งที่อาจารย์มอบให้เป็นอภิสิทธิ์ของตัวเอง ส่วนจะเรียนรู้ได้หรือไม่ได้ก็เป็นเรื่องของเขา”
“…ไม่ค่อยดีกระมัง? รู้อยู่แก่ใจว่าไม่เหมาะสมกับเขา ยังจะเอาไปให้เขา แบบนี้ไม่ใช่การทำ