ด้ ถ้าโชคดีก็อาจได้พบคนที่มองเห็นศักยภาพในตัวเจ้า อยากถ่ายทอดความรู้ให้เจ้า แต่ถ้าไม่มีคนแบบนั้นก็ไม่เป็นไร สิ่งที่เจ้าได้เรียนรู้มาระหว่างนั้นเป็นของปลอมงั้นรึ? สิ่งที่ได้เรียนรู้มาย่อมจะติดตัวเจ้ามาด้วย”
จูซานอึ้งงัน แต่เขายังคงกังวลใจอยู่บ้าง “เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับเจ้าเจ็ดหรือขอรับ?”
เย่อวี๋หรานส่ายหน้า “เจ้าคิดมากไปแล้ว โจวเสวียเป็นสถานที่อย่างไร? นั่นเป็นวงสังคมขนาดเล็กรูปแบบหนึ่ง ถึงแม่จะไม่เคยไป แต่แม่ก็พอจะคิดออก ในเมื่อเป็นสถานศึกษาที่ดำเนินการโดยทางการ ที่นั่นย่อมไม่ขาดแคลนอาจารย์อยู่แล้ว อาจารย์แบบไหนก็มีทั้งนั้น ทั้งคนที่รักความถูกต้อง คนเจ้าเล่ห์กลับกลอก คนที่ไร้ความสามารถแท้จริง คนที่มีความสามารถ…สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือเบิกตาให้กว้าง แยกแยะให้ดี”
พร้อมกันนั้น นางยังถามจูซานว่ายังจำสำนักศึกษาสกุลไป๋ได้หรือไม่
“จำได้ขอรับ ที่นั่นเกือบถูกสั่งปิดไปแล้ว…” เมื่อนึกถึงว่าจูชีเกือบได้เข้าสำนักศึกษาแห่งนี้ จูซานก็นึกสะท้อนใจ
สำนักศึกษาที่เถ้าแก่หลี่ร้านขายผ้าแนะนำให้ตอนแรกก็คือที่นั่น น่าเสียดายที่อาจารย์ไป๋ดูถูกว่าจูชีเป็นเพียง ‘คนสมองทึ่ม’ ตีหน้าเย็นชาพูดจาอยู่ด้วยสักพักก็กล่าวคำปฏิเสธ
สำนักศึกษาแห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของตำบลอันจิ่ว ในนั้นยังเต็มไปด้วยลูกหลานครอบครัวตระกูลใหญ่
น่าเสียดาย…
น่าเสียดายที่มีลูกศิษย์แย่ ๆ อย่างหม่าหงคั่ว
หลังการสอบเสี้ยนซื่อ อีกฝ่