นี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นหลานสาวจากบ้านมารดาของนางเอง
ตอนแรกก็คิดดีแล้วว่าจูต้าเหนียงอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับตนเอง หากหลานสาวแต่งเข้ามาแล้วมีชีวิตดีหรือไม่ดีล้วนอยู่ในสายตาของนาง
นอกจากนี้ ความเป็นอยู่ของสกุลจูก็ยังไม่เลว ไม่มีทางแย่ไปได้
แต่ถ้าวันหน้าจูชีได้ดีไปเรื่อย ๆ จูซานต้องติดตามไปด้วย แล้วยังจะถูกใจหลานสาวของนางได้อย่างไร?
ถ้าไม่ถูกใจ ต่อให้แต่งเข้าไปแล้วก็คงถูกทิ้งให้เป็นภรรยาแต่เพียงในนามอยู่ในหมู่บ้าน ต้องทนมองสามีของตนเองใช้ชีวิตสำเริงสำราญกับนางปีศาจสักคนอยู่ข้างนอกนั่น ชีวิตอย่างนี้ใครจะไปรับไหว?
สำคัญที่สุดก็คือจูต้าเหนียงเป็นคนออกปาก ย่อมจะต้องมีมูลเหตุเป็นแน่แท้
คุยกันจนถึงตอนท้าย ทั้งคู่ก็ถกเถียงกันว่า ตกลงแล้วควรอยากให้ลูกชายหลานชายได้ดีหรือไม่กันแน่
หากอยากให้พวกเขาได้ดี พวกเขาก็จะเป็นเช่นนกที่ติดปีก โบยบินจากไปในพริบตา จะกลับมาตอนไหนก็ไม่อาจรู้
ชีวิตนี้ของคนเราเฝ้าหวังเพียงให้มีลูกหลานเต็มบ้าน ครอบครัวสุขสันต์ไม่ใช่หรือ?
เขาได้ดีไปแล้ว เจ้ากลับไม่ได้พบหน้า แล้วจะมีประโยชน์อันใด?
แต่ถ้าไม่ได้ดี ใช้ชีวิตอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ เห็นแล้วตัวเองก็ทุกข์ใจ
“ท่านว่า ทำไมถึงไม่ทั้งได้ดีและได้อยู่กันพร้อมหน้าด้วยนะ?” ภรรยาของเจ้าหน้าที่เปรย
เย่อวี๋หรานตอบ “โลกนี้มีเรื่องสมบูรณ์พร้อมเสียที่ไหน? ถ้าเรื่องดีงามทั้งหลายมาเกิดกับท่านหมดแล้ว คนอื่นจะทำอย่างไร? ข้าน่ะ โชคดีที่มีลูกชา