า “ท่านแม่มาคุยธุระกับท่านพ่อ ข้าก็เลยมาทางนี้”
เขายังส่ายตำราในมือไปมา สื่อความหมายว่า ถึงจะมาทางนี้เขาก็ยังต้องอ่านตำราอยู่ดี
“เฮ้อ…ทำไมข้าถึงน่าสงสารเช่นนี้นะ? คนอื่นได้หยุดเรียน แต่ข้ากลับต้องมาท่องตำรา…”
เขาทำหน้าตาน่าสงสาร
เสินอิงอวี่ป้องปากหัวเราะ “นั่นก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้าเป็นผู้ชายกันเล่า เสาหลักของครอบครัวเราทั้งคน ท่านพ่อก็ต้องบังคับให้เจ้าเรียนหนังสือเป็นธรรมดา”
“เป็นสตรีแบบพวกท่านดีกว่า ไม่ต้องเรียนหนังสือ” เสิงกวงจี้มุ่ยปาก ออกจะอิจฉาอยู่นิด ๆ
เสินอิงอวี่จิ้มจมูกเขา “พูดจาเหลวไหล สตรีก็มีความลำบากของสตรี ข้าไม่ต้องเรียนหนังสือเหมือนเจ้าก็จริง แต่ก็ยังต้องเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อย งานบ้านงานเรือน มีอย่างไหนไม่ลำบาก?”
นางยังยื่นนิ้วมือเรียวงามทั้งสิบออกมาให้น้องชายดูด้วยตาตนเองว่า นิ้วมือของนางมีนิ้วไหนไม่เคยถูกเข็มทิ่มมาก่อนบ้าง
แต่ต่อให้เจ็บปานใด มารดาก็ยังคงบังคับให้นางเรียนอยู่ดี
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนนั้นมือของข้าบวมขนาดไหน?”
เสินกวงจี้คอตกหลังย้อนนึกถึงสภาพมือของพี่สาวที่ถูกพันผ้าเอาไว้ มันบวมจนเหมือนหมั่นโถวขนาดย่อม ๆ “ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว ต่อไปข้าจะตั้งใจเรียนหนังสือก็ได้ ข้าไม่ได้บอกว่าไม่อยากเรียนหนังสือแล้วเสียหน่อย แต่ต้องอ่านตำราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันน่าเบื่อจะตายนี่นา ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไม่เห็นต้องอ่านทุกวันแบบนี้เลย”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวก