ที่คึกคักกันปานนี้ก็คือตอนที่จูชีสอบได้ซิ่วไฉกระมัง?
หมายความว่า บ้านไหนมีวัวสักตัวถือเป็นเรื่องมีหน้ามีตาเทียบเท่ากับการสอบเป็นซิ่วไฉได้?
จูเหล่าโถวหน้าแดงเปล่งปลั่ง ท่าทางกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาอย่างหาได้ยาก เขานั่งคุยกับคนในหมู่บ้านอยู่ในลานเรือน
ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่าก็แลดูดีอกดีใจ วิ่งเล่นล้อมรอบวัวของครอบครัวตนเองอย่างร่าเริง พวกผู้หญิงเห็นว่าเป็นลูกวัวที่ยังไม่โตเต็มวัยก็เกรงว่ามันเพิ่งมาถึงยังรู้สึกแปลกที่ จึงรีบห้ามปรามพวกเด็ก ๆ “อย่าไปยืนใกล้ขนาดนั้น ระวังมันถีบเอานะ!”
“ไม่กลัวขอรับ วัวบ้านท่านเจ้าหน้าที่ยังนิสัยดีจะตาย ไม่เตะคน!” ซานเป่าว่า
“ไม่เตะคนอะไรกัน วัวของท่านเจ้าหน้าที่เป็นวัวที่อายุมากแล้ว แต่นี่เป็นลูกวัว นิสัยยังดื้อรั้น ไม่เหมือนกันหรอกนะ”
เพราะมีพวกผู้ใหญ่คอยระวังป้องกันอย่างรอบคอบ จึงไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับพวกเด็ก ๆ
พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูได้ยินว่าลูกชายคนโตซื้อวัวก็นั่งไม่ติดที่ เดินมาถึงเรือนสกุลจูด้วยสองขาที่ไม่คล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน มองวัวตัวนั้นด้วยสองตาแดงก่ำ
“เมียเอ๊ย เห็นไหม มีวัวแล้ว…” พ่อเฒ่าจูกล่าว
“เห็นแล้ว มีวัวแล้ว เป็นวัวของเจ้าใหญ่…” แม่เฒ่าจูกล่าวด้วยดวงตาชุ่มชื้น “ตอนเจ้ายังหนุ่มก็อยากได้วัวสักตัว ตอนนี้ดียิ่ง บ้านเจ้าใหญ่ได้มีวัวแล้ว เจ้าก็วางใจได้เสียที ต่อไปเวลาทำนาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปหายืมวัวมาไม่ได้แล้ว”