“เจ้าไม่รู้หรอกว่าการนั่งยอง ๆ ช่างน่าเวทนานัก ยังต้องเอาน้ำใส่ถ้วยไปไว้บนหัว จากนั้นถ้วยก็ค่อย ๆ ลื่นลงมา”
“ขาก็ปวดมาก พอผ่านไปครึ่งก้านธูป ข้าก็รู้สึกราวกับว่าเสียขาทั้งสองข้างไปแล้ว”
……
หงจิ่วไม่กล้าทำให้ต้าเป่าหัวเราะ จึงทำได้เพียงพูดเสียงเบาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ความจริงต้าเป่ารู้สึกไม่ค่อยดีแม้ว่าจะมียาทาอยู่บนหน้าผาก แต่ผลของยาชาก็ไม่ได้ดีเท่าที่คิดไว้ มันไม่ได้ทำให้เขาเสียการรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดไป เพียงแต่ไม่ทำให้เจ็บถึงเพียงนั้น…ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังรู้สึกทนได้
ราวกับถูกบางสิ่งทิ่มเข้าเนื้อ อีกทั้งสิ่งที่เจาะเข้ามายังรู้สึกได้อีกด้วย!
เขาคิดว่าทั้งชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางลืมมันแน่
“ยังเหลืออีกหนึ่งเข็ม”
ยามที่ท่านหมอไป๋หลี่น้อยพูดคำพูดนี้ ต้าเป่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ค่อยยังชั่ว เหลืออีกเพียงเข็มเดียว!
เหลืออีกเพียงเข็มเดียว ทว่าเวลากลับดูยาวนานถึงเพียงนี้ราวกับหยุดนิ่ง
ต้าเป่ารอคอยเข็มนี้ทิ่มลงมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกของเข็มที่ทิ่มลงไปในเนื้อยาวนานยิ่ง…
เหตุใดจึงยังไม่จบเล่า?
“เรียบร้อย!”
เมื่อคำว่า ‘เรียบร้อย’ ของท่านหมอไป๋หลี่น้อยถูกพูดออกมา ต้าเป่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นท่านหมอไป๋หลี่น้อยก็ใส่ยาให้เขาเรียบร้อย และเอายาทาที่ต้องใช้ในอนาคตให้เย่อวี๋หราน โดยกำชับว่าต้องระมัดระวัง
“บาดแผลจะหายดีในไม่กี่วัน เมื่อถึงตอนนั้นจะรู้สึกคันเล็กน้อย แน่นอนว่าต้องระวังอย่าให้เด็กไ