นั้นข้าก็เข้าใจแล้วขอรับ”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอันใด เจ้าก็ไปมาหาสู่กับต้าเป่าได้ตามปกติ มีมิตรมากมายดีกว่ามีศัตรูมากขึ้นอีกคน”
“ขอรับท่านอาจารย์”
……
เกรงว่าแม้แต่เย่อวี๋หรานก็ยังคาดไม่ถึงว่า นางเพียงเปิดเผย ‘ความรู้’ ของหญิงชนบทเล็กน้อย จะทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นรวดเร็วถึงเพียงนี้
คนของหมู่บ้านสกุลจูนั้นคิดว่านางมี ‘สายตา’ เช่นนี้ เพราะเคยเป็นคนของตระกูลที่ร่ำรวยมาก่อน
น่าเสียดายที่นางถูกสกุลไป๋หลี่ที่มีสายตาเฉียบแหลมพบเข้า
เดิมทีพวกเขาก็มาจากสกุลใหญ่ จะไม่เข้าใจพวกคนสกุลใหญ่ได้อย่างไร?
สกุลใหญ่ที่ไหนจะมีความสามารถเช่นนี้ ผ่านไปไม่กี่ปีจะสามารถเลี้ยงดูหญิงชนบทผู้หนึ่งได้เช่นนี้เลยหรือ?
พวกเขาไม่คิดจะทำอันใด เพียงแต่ไม่หวังให้มีเรื่องไม่คาดฝันอันใดเกิดขึ้น
ยามที่กลับไป กลุ่มของเย่อวี๋หรานยังนั่งเกวียน
คนขับคือหลานชายคนโตของบ้านเจ้าหน้าที่ทางการ ยามที่มาก็รู้ว่าพวกเขามาทำอันใด จึงรออยู่ที่หน้าประตูตำบลอันจิ่วมาโดยตลอด
เมื่อเห็นผ้าสีขาวที่พันบนหัวของต้าเป่าถูกเอาออกแล้ว และได้รับการทายาแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “จูต้าเหนียง ต้าเป่าไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่ขอรับ? ไม่มีปัญหาแล้วใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไรแล้ว แค่แผลเล็กน้อย กลับไปดูแลให้ดีและอย่าให้แผลโดนน้ำก็พอ” เย่อวี๋หรานเผยน้ำเสียงผ่อนคลายแต่กลับไม่ได้พูดถึงเรื่องค่ารักษา
หลานชายคนโตของเจ้าหน้าที่ทางการกล่าวเพียงว่า “ไม่เป็นไรก็ดีแล้