นิด เอาแต่คิดว่าตอนอาเล็กได้อยู่หอพัก เขาก็ต้องได้อยู่หอพัก แต่กลับไม่พิจารณาสถานการณ์โดยละเอียด
ร้องไห้ถึงตอนท้าย หลิ่วซื่อยังขอร้องให้ต้าเป่าไปบอกกับเย่อวี๋หรานด้วยตัวเองว่า เขาอยากอยู่หอพักและอยากให้มารดาไปอยู่ด้วย
ต้าเป่า “…”
แต่ข้ารู้สึกว่าอยู่ที่บ้านสบายกว่าจริง ๆ นะขอรับ!
“เจ้าได้ยินหรือยัง?” หลิ่วซื่อถามเสียงแหลม “ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ ถ้าเจ้ากล้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าจะตีเจ้า!”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งวู่วาม ท่านใจเย็นก่อนขอรับ…” ต้าเป่ายื่นมือออกไป ตั้งใจว่าจะไปลูบหลังให้หลิ่วซื่อ แต่กลับถูกนางตีทีหนึ่ง
เพียะ!
เสียงดังก้อง มือใหญ่หยาบกร้านตีลงบนหลังมือของต้าเป่าเต็มแรง มือน้อย ๆ แดงขึ้นทันใด
ต้าเป่าตกใจจนนิ่งอึ้ง เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่ามารดาจะลงไม้ลงมือกับเขา
“ท่านแม่…”
“อย่ามาพูดกับข้า เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ต้องพูดกันอีก เจ้าต้องทำตามที่ข้าพูด ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่มีลูกชายอย่างเจ้า” หลิ่วซื่อที่ไม่อาจระบายกับคนอื่นจึงนำความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของตนเองไปลงกับต้าเป่า
ต้าเป่าสูดหายใจเข้าลึก ขณะที่เศร้าใจอยู่นั้นก็นึกยินดีอยู่บ้าง: โชคดีที่น้องรองไม่ได้ออกมาห้องสุขาเป็นเพื่อนเขา ไม่อย่างนั้น…
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?” หลิ่วซื่อเห็นเขาไม่พูดไม่จาจึงตะคอกออกมาอีก
“ได้ยินขอรับ” ต้าเป่าตอบเสียงเซื่องซึม
ไม่อาจสื่อสารไปถึงมารดาของตนเองได้เช่นนี้ ทำให้เขาสะเทือนใจอย่างแท้จริง
ต้าเป่ามองว่ามารดาเป็น