่ออย่างอดไม่ได้ นางเอ่ยเตือนว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านลืมเรื่องพ่อสามีกับแม่ม่ายคนนั้นไปแล้วหรือเจ้าคะ?”
กล่าวกันว่าบิดาเป็นคนอย่างไร ลูกชายก็อาจเป็นคนเช่นนั้น พ่อสามีเกือบจะทำเรื่องแบบนั้นออกมาแล้ว ผู้ใดจะกล้ารับประกันว่าลูกชายของเขาจะไม่ทำเรื่องเหลวไหล?
แม่สามีตั้งกฎไว้แล้วก็จริงว่า ผู้ชายสกุลจูอายุสี่สิบแล้วยังไม่มีลูกชายถึงจะสามารถรับอนุภรรยาได้ แต่รับอนุก็เป็นเรื่องหนึ่ง การควบคุมเนื้อสองตำลึงตรงท่อนล่างนั้นกลับเป็นอีกเรื่อง
หัวใจหลิ่วซื่อคล้ายกับถูกรัดแน่น แต่นางก็คิดได้อย่างรวดเร็วว่าลูกชายสองคนของนางโตแล้ว หากพึ่งพาสามีไม่ได้ แล้วจะพึ่งพาลูกชายไม่ได้อย่างนั้นรึ?
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าอยู่แล้วจะทำอะไรได้? ถึงอย่างไรตอนนี้ข้าก็มีลูกชายแล้ว คนที่จะเลี้ยงข้าในวันหน้าก็คือลูกชาย ข้าแค่ดูแลต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าให้ดีก็พอแล้ว”
หลินซื่อพูดอะไรไม่ออกอีกครั้ง ไม่รู้ว่าควรตอบรับอย่างไร
ถึงอย่างไรนางก็ยังไม่มีลูกชาย เรื่องนี้นางไม่อาจมีความรู้สึกแบบ ‘คนหัวอกเดียวกัน’ ได้ นางจึงสะกิดหลี่ซื่อ บอกให้อีกฝ่ายช่วยพูด
หลี่ซื่อกลับไม่อยากจะโน้มน้าวอีกต่อไปแล้ว พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว อีกฝ่ายไม่ยอมฟัง เจ้ายังจะทำอะไรได้?
นางเอ่ยว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านหมายความว่า ให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเรียนหนังสืออยู่ในตำบล ท่านจะไปดูแลพวกเขาใช่ไหมเจ้าคะ?”
“ไม่ได้หรือ?” หลิ่วซื่อถาม
“ได้ ย่อมได้อยู่แล้ว แต่ว่า…” หลี่ซื