้าเป่าเอ้อร์เป่าเหมือนที่ปฏิบัติกับเจ้าเจ็ดเล่า?”
“สถานการณ์เหมือนกันเสียที่ไหน? ตอนแรกที่ส่งเจ้าเจ็ดไปเรียน ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็ได้ติดตามไปเรียนด้วย ค่าเล่าเรียนก็ไม่ได้เสีย…” จูต้ากล่าวอย่างโมโห “เจ้าเคยเห็นเด็กในหมู่บ้านวัยเดียวกับต้าเป่าเอ้อร์เป่าคนไหนไม่ต้องไปทำงานในนา แล้วยังได้ไปเรียนหนังสือในตำบลบ้างไหม? เจ้าพูดว่าแม่ข้าไม่ดีต่อพวกเขา ถ้าแม่ข้าไม่ดีต่อพวกเขาแล้วจะส่งพวกเขาไปเรียนงั้นรึ?”
“เจ้ารู้ด้วยว่านั่นคือการตามไปเรียน ถ้าไม่ใช่การตามไปเรียน ท่านแม่จะให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าไปกับเจ้าเจ็ดงั้นรึ? จ่ายค่าเล่าเรียนสำหรับคนคนเดียว แต่กลับได้เรียนถึงสามคน เจ้าว่าอาจารย์เขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นเรอะ? ถ้าอาจารย์เขาไม่พอใจ เขายังจะดีต่อต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า?”
“เขาจะไม่ดีต่อต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าได้อย่างไร ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็ชอบอาจารย์มากเลยนี่นา? ถ้าอาจารย์ไม่ดีต่อเขา พวกเขายังจะชอบอาจารย์?”
“เด็กจะไปเข้าใจอะไร? ผู้ใหญ่พูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละ”
……
ตอนแรกหลิ่วซื่ออาจไม่กล้าทะเลาะกับจูต้า แต่นางเห็นว่าจูต้าไม่ได้ลงไม้ลงมือกับตนเอง นางก็พูดสิ่งที่ต้องการพูดออกมาแล้ว คนข้างห้องคงได้ยินกันหมดแล้ว ถึงตอนท้ายไม่รู้จะหาทางลงอย่างไร จึงได้แต่เกร็งคอทะเลาะกับจูต้าต่อไปทั้งหน้าแดงก่ำ
ถึงอย่างไรก็เสียหน้าไปแล้ว อย่างนั้นก็ให้มันเสียหน้าให้ถึงที่สุดไปเลยก็แล้วกัน!
ทุบหม้อให้แต