าเข้ามาให้
หลิ่วซื่อยืนนิ่งไม่ขยับ
“เจ้าทำอะไรอยู่? ให้เจ้าไปตักน้ำ ยังยืนทื่อเหมือนตอไม้อยู่นั่นแหละ จะเอาอย่างไรกันแน่? ใครทำอะไรให้เจ้าอีกแล้ว?” เพียงเห็นสีหน้าของภรรยา จูต้าก็ทราบว่านางคงไปมีเรื่องเก็บกดมาอีกแล้ว
ในความคิดเขา ภรรยาคนนี้อะไรล้วนมีพร้อม เสียอย่างเดียว…ชอบเก็บกดอมทุกข์ ไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครมาทำอะไรให้นาง
“เจ้า!”
“ข้า? กินข้าวเสร็จ ข้าก็ไม่ได้เจอเจ้าอีกเลย แล้วจะไปทำให้เจ้าโมโหได้อย่างไร?” จูต้ารู้สึกว่าวันนี้ตนเองไม่ได้ทำเรื่องอะไรให้ภรรยาโมโห จึงคิดว่าอีกฝ่ายหาเรื่องโดยไร้เหตุผล
“ทำไมจะไม่ได้ทำ?” ถึงหลิ่วซื่อจะโมโห แต่ก็ไม่กล้าพูดจาเสียงดัง กลัวว่าห้องข้าง ๆ จะได้ยิน “วันนี้เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่? พวกเราพูดเรื่องต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าอยู่ดี ๆ ท่านแม่พูดเรื่องซื้อวัวขึ้นมาก็ทำให้เจ้าถอดใจได้แล้ว? เจ้าจะถอดใจง่ายเกินไปหน่อยไหม?”
“หมายความว่าอะไร?” จูต้าไม่เข้าใจ
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ มารดาของเขาบอกว่าจะซื้อวัว นี่เป็นเรื่องดีปานไหน ไฉนพอมาอยู่ในปากของภรรยาเขากลับกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คนโมโหไปเสียได้?
“หมายความว่าอะไร? เจ้ายังกล้าถาม? แม่เจ้าคิดอะไรอยู่กันแน่? ตอนแรกที่เจ้าเจ็ดไปเรียน ท่านแม่ไม่เห็นจะพูดเรื่องซื้อวัว ยังรู้จักเป็นห่วงว่าเจ้าเจ็ดเดินทางไปกลับจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป ทำไมพอมาถึงรอบต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า ท่านแม่กลับเสียดายค่าที่พัก อยากซื้อวัวให้ที่บ้านเสีย