ของคุณแม่ที่ยังสาวเพิ่งผ่านการร้องไห้มา
เด็กทั้งสองห่างกันสี่ปีต่างก็เป็นเด็กผู้ชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบคนเล็กอายุเจ็ดขวบในวันปกติชอบเล่นโหวกเหวกโวยวายกันในบ้านพ่อแม่ก็ดูแลแต่เด็กชายโดยเฉพาะสองคนเมื่ออยู่ด้วยกันก็โหวกเหวกเสียงดังได้ง่ายจริงๆ
เด็กชายทั้งสองต่างรู้ความแล้วเห็นเฉินชางกับฉินเยว่ก็เรียกคุณลุงคุณป้าเด็กชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบเกาะถังขยะอ้วกหนักมากปากร้องครวญคราง ”ผมทรมานจังคุณแม่ช่วยผมด้วย”
อ้วกส่วนน้องชายตัวร้อนจนมึนหัวพูดไม่ได้เฉินชางอดถามไม่ได้ “มีปรอทวัดไข้ในบ้านไหมครับ”
ชายผู้เป็นพ่อส่ายหน้า “ไม่มีครับในบ้านมียาลดไข้แต่ผมไม่กล้าให้พวกเขากิน”
เฉินชางจึงวางมือสัมผัสอุณหภูมิโดยตรงผ่านถุงมือรับสัมผัสเฉินชางประเมินว่ามีอุณหภูมิเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสแต่ละเอียดกว่านี้เขาก็ไม่รู้แล้ว
เห็นชัดว่าสถานการณ์ของเด็กทั้งสองคนไม่คล้ายกันนักแต่ภายใต้สถานการณ์ที่ป่วยพร้อมกันยังคงพิจารณาว่าป่วยด้วยโรคเดียวกันก่อนเป็นอันดับแรก
คิดได้ดังนั้นเฉินชางถามขึ้น “ผมจะไปดูอุจจาระหน่อยกดหรือยัง”
แม่ของเด็กชายรีบพูด “ฝั่งนี้ค่ะยังทิ้งไว้อยู่รอคุณหมอมาดูค่ะ”
เฉินชางพยักหน้าเดินตามเขาไปในห้องน้ำเฉินชางมีความสามารถในการแยกแยะสารคัดหลั่งสูงมากหลังเห็นก็แทบไม่ลังเลเขาพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม “ถ่ายเป็นมูกปนเลือด!”
ได้ยินเฉินชางพูดแบบนี้ฉินเยว่ก็ขมวดคิ้วทันทีต้องรู้ว่าโดยปกติการถ่ายเป็นมูกปนเลือดพบเห็นไม่บ