ครับ ดื่มชากัน!”
พูดจบ จางมู่ก็รินชาให้ทั้งสามคน
ตอนนี้เข้าฤดูหนาว เฉินชางกุมถ้วยชาแดงช่วยอุ่นท้องไว้ แต่ดื่มลงท้องไปมากแค่ไหนก็ยังเย็นยะเยือกอยู่
ตอนนี้ เฉินชางมีความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
ไปพบผู้นำ
ไปเจรจาเรื่องนี้กับเขา
แต่ว่าเรื่องที่หยั่งรากฝังลึกแบบนี้ไม่มีทางสะสางได้ในชั่วข้ามคืน
วินาทีนี้ เฉินชางรู้สึกได้ถึงความเล็กจ้อยด้อยค่าของตัวเอง
แต่พอห็นศาสตราจารย์จางอยู่ในสภาพแบบนี้
เฉินชางหัวร้อนวาบขึ้นมา เอ่ยออกไปว่า “ศาสตราจารย์จาง ผมขอจ้างคุณกับทีมของคุณได้ไหมครับ”
หลังจากได้ยินประโยคนี้ ทุกคนตะลึงงันไปทันที
นี่ล้อกันเล่นหรือไง
จางมู่มองเฉินชาง ค่อนข้างซึ้งใจ
แต่เขากลับยิ้มบางๆ เอ่ยไปว่า “ใช่แล้ว ลืมถามไปเลยว่าพวกคุณมาด้วยเรื่องอะไร!”
“ผมเอาแต่พูดเรื่องตัวเอง ศาสตราจารย์เฉิน ที่พวกคุณมาวันนี้มีธุระอะไรเหรอครับ”
เวลานี้ เฉินชางเลือดขึ้นหน้าแล้วจริงๆ
เขาเอ่ยไปตามตรง “ศาสตราจารย์จาง ผมอยากจะเชิญคุณมาเข้าร่วมการพิชิตโรคพาร์กินสันด้วยกัน”
“ตอนนี้พวกเราได้ผลลัพธ์การวิจัยแล้ว!”
“ผมเรามีการค้นพบครั้งสำคัญ เดิมทีทางคุณก็คิดค้นตัวอยาใหม่สำหรับโรคอัลไซเมอร์อยู่แล้ว อันที่จริงพวกเราอยู่บนเส้นทางเดียวกัน