ใกล้ชิด! อยู่ไปก็ไม่มีอะไรทำ!”
“โธ่!” พูดมาถึงตรงนี้ฉีข่ายก็หยุดตรงสนามไม่ยอมเดินต่อ
“ข้างนอกพูดกันว่าที่นี่ดี ถ้าที่นี่ดีจริงใครจะออกละ”
“พูดกันตามตรงถ้าคุณเลือกที่นี่ ลองกวาดตามองสิแม้แต่พนักงานทำความสะอาดก็อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องปร๋อ!”
“คนไหนบ้างที่ไม่ได้จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ประเทศจะไม่รับคนเหล่านี้เป็นบุคลากรในสังกัดไหวหรือ”
“แต่ละคนล้วนอยู่ในวัยสามสิบสี่สิบกันทั้งนั้นถ้าอยู่ได้ใครจะอยากไปละ!
ครอบครัวอยู่ที่นี่กันหมด สถานที่ที่ใช้ชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ใครจะอยากจากไปกันละ!”
หยางหลานถอนหายใจสถานการณ์ในสถาบันวิทยาศาสตร์จีนยากจะ… อธิบายได้จริงๆ
“เข้าไปก่อนเถอะศาสตราจารย์จางรอนะ”
ทั้งสามเพิ่งจะเดินมาถึงชั้นล่างก็เห็นชายคนหนึ่งที่สวมโค้ทบุขนเป็ด ใส่รองเท้าผ้าใบ วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
“ศาสตราจารย์เฉิน ศาสตราจารย์หยาง ผู้อำนวยการฉี! ยินดีต้อนรับสู่… ศูนย์วิจัยของพวกเราครับ ไปไปกินข้าวกันก่อน!”
เดิมทีจางมูคิดจะเอ่ยชื่อโครงการของตนแต่พอคิดดูดีๆ… ดูเหมือนอีกไม่กี่วันชื่อนี้ก็จะถูกเปลี่ยนแล้ว!
เฉินชางมองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่แต่งตัวธรรมดา รูปร่างสันทัด
“สวัสดีครับศาสตราจารย์จาง!”
เฉินชางเป็นฝ่ายเข้าไปจับมือก่อน จางมูพยักหน้ารับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไปกันไปที่โรงอาหารของพวกเรากับข้าวไม่เลวเลย!”
มีคนเดินผ่านไปประปราย ต่างโบกมือทักทายจางมู
“สวัสดีครับศาสตราจารย์จาง!”
“ศาสตราจารย์จาง”
จา