กูลใหญ่แบบไหน ชีวิตก็ดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
“ท่านแม่ ท่านว่าข้าควรออกเรือนให้ตระกูลแบบไหนดีเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่ใช่ชีวิตข้าเสียหน่อย เจ้าถามข้าแล้วมีประโยชน์อะไร? ตัวเลือกของข้าคือแต่งให้พ่อพวกเจ้า จากนั้นก็คลอดพวกเจ้าออกมา ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย”
จูปาเม่ยกังขา “ท่านแม่ เมื่อก่อนท่านบอกว่าถ้าคุณชายคนนั้นเลือกท่าน ท่านก็คงไม่แต่งให้ท่านพ่อแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
“อาจจะกระมัง แต่ถ้าคุณชายคนนั้นเลือกข้า ข้าก็คงไม่มีพวกเจ้าแล้ว”
“ทำไมเจ้าคะ?”
“เพราะในตระกูลใหญ่ คนที่ตายง่ายที่สุดก็คือพวกเด็ก ๆ อย่างไรเล่า”
จูปาเม่ยงุนงงกว่าเดิม
แต่เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดต่อ เพียงบอกให้นางกลับห้องไปนอนแต่เนิ่น ๆ
“ท่านแม่…” จูปาเม่ยออดอ้อน อยากให้เย่อวี๋หรานพูดต่อ
“ไม่ได้!” เย่อวี๋หรานส่ายหน้า “ตอนนี้ดึกมากแล้ว เจ้าเข้านอนเร็วหน่อย พอเจ้าโตกว่านี้เดี๋ยวก็จะเข้าใจเอง”
จูปาเม่ยมุ่ยปาก ไม่ใคร่ชอบใจนัก “โตกว่านี้ ๆ…ผู้ใหญ่อย่างพวกท่านก็ชอบใช้แต่คำพูดแบบนี้มาหลอกลวงเด็ก ๆ!”
ตัดพ้อก็ส่วนตัดพ้อ แต่นางยังคงกลับเข้าห้องไปอย่างเชื่อฟัง
เดิมทีเย่อวี๋หรานตั้งใจจะตรงกลับห้องตนเอง แต่นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้จูเหล่าโถวดื่มไปมากขนาดนั้นก็รู้สึกไม่วางใจ จึงแวะไปดูที่ห้องเขาสักหน่อย
แต่พอไปเห็นแล้วเย่อวี๋หรานก็มีอันต้องสะดุ้งตกใจ เพราะจูเหล่าโถวไม่รู้ว่าลงมานอนบนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ศีรษะ