หัวข้าถึงเจ็บอย่างนี้?”
“ท่านพ่อ ท่านอย่าจับดีกว่าขอรับ หัวท่านเพิ่งจะได้เปลี่ยนยาเมื่อครู่นี้เอง” จูอู่หาวแล้วเข้ามาห้าม
จูเหล่าโถวงุนงง “ทำไมเจ้ามาอยู่ในห้องข้าได้?”
จูอู่มีสีหน้าตัดพ้อ “ท่านพ่อ ข้าผลัดเวรกับพี่สามพี่สี่เฝ้าท่านมาทั้งคืนแล้ว เมื่อวานท่านดื่มเยอะเกินไป ตกลงมาจากบนเตียง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่มาเห็นทันท่วงที ป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านจะเสียเลือดจนกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว…”
“ข้าตกเตียง?” จูเหล่าโถวประหลาดใจ “ข้าตกลงมาได้อย่างไร? พวกเจ้าประคองข้ากลับมาแล้วก็ไม่จัดให้ข้านอนดี ๆ หน่อย?”
เขายังตำหนิจูอู่อีกหลายประโยค คิดว่าพวกลูกชายไม่ได้ดูแลเขาให้ดี
ถ้าดูแลดี ๆ เขาจะตกเตียงได้อย่างไร?
จูอู่รู้สึกว่าตนเองถูกปรักปรำ “ท่านไม่ได้ล้มตอนที่พวกข้าประคองท่านกลับมา พวกข้าพาท่านมาส่งถึงห้องอย่างปลอดภัย จัดให้ท่านนอนบนเตียงดี ๆ แล้ว แต่ปรากฏว่าท่านแม่นั่งคุยที่เรือนพวกข้าประเดี๋ยวเดียว พอกลับมาก็เห็นท่านนอนอยู่บนพื้น…”
“แม่เจ้า…เป็นคนมาเจอ?” จูเหล่าโถวจับประเด็นสำคัญเอาไว้ได้
จูอู่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของบิดา เขาตอบรับว่า “ขอรับ ท่านแม่เป็นคนมาพบ จากนั้นก็บอกให้ปาเม่ยมาเรียกพวกข้า แบกท่านไปที่เรือนหมอชาวบ้านตอนกลางคืน ปลุกท่านหมอตื่นมากลางดึกกลางดื่น ทั้งล้างแผล พันแผล ต้มยาให้ท่าน…ท่านแม่บอกว่าต้องให้ซองแดงหนา ๆ กับเขาเป็นการแสดงความขอบคุณ”
จูเหล่าโถวนึกยินดี ‘หมายความว่า แท้จริงแล้วภรรยายังใ