เมื่อกลับถึงเรือน จูเหล่าโถวเมาพับไปไม่รู้เรื่องรู้ราวแต่แรกแล้ว
พอจูซาน จูซื่อ และจูอู่ได้รู้เรื่องนี้จากปากหลี่ซื่อก็ต้องหลั่งเหงื่อเย็นเยือก
ในใจอดจะตำหนิไม่ได้ ‘ท่านพ่อนี่ก็จริง ๆ เล้ย คนอื่นยกยอท่านไม่กี่คำ ท่านก็ถือเป็นจริงเป็นจัง?’
ถ้าให้รับอนุภรรยาเข้ามาจริง ๆ ต่อไปเจ้าเจ็ดยังจะมีชีวิตดี ๆ อยู่ได้อย่างไร?
ดื่มไปไม่กี่จอกก็ลืมหมดแล้วว่าตัวเองเป็นใคร
ยกจูเหล่าโถวไปถึงเตียงเสร็จก็ไม่มีใครคิดจะดูแลเขาอีก
จูปาเม่ยมีโทสะเต็มท้อง ยืนบ่นอยู่ในเรือน “ท่านพ่อทำเกินไปแล้ว คิดจะยกข้าไปแต่งให้ชาวนาเนี่ยนะ ถ้าจะแต่งข้าก็จะแต่งให้คนตระกูลใหญ่เท่านั้น ตีให้ตายข้าก็ไม่ยอมเป็นหญิงชนบทเด็ดขาด…”
ตอนที่พี่ชายของนางยังไม่ได้เป็นซิ่วไฉ มารดาก็บอกเอาไว้แล้วว่าจะให้นางแต่งให้คนตระกูลใหญ่ไปมีชีวิตสุขสบาย ตอนนี้พี่ชายของนางได้เป็นซิ่วไฉแล้ว มีสิทธิ์อะไรจะมายกนางให้คนบ้านนอกบ้านนา?
ฝันไปเถอะ
หลิวซื่อเพียงยิ้ม ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ยามนั้น หลิ่วซื่อกับหลี่ซื่อมีลูกน้อยสองคนแล้วทั้งคู่ กลับไปดูแลลูกหมดแล้ว กระทั่งหลินซื่อก็ยังมีหลานสาวสามคนให้ดูแล มีแต่หลิวซื่อที่ตั้งครรภ์ท้องยังไม่โตเท่าไหร่ จึงต้องรั้งอยู่ในเรือนเป็นเพื่อนน้องสามี
หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย เพราะพวกนางไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงเมื่อครู่นี้
ตอนแรกไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับจูชี งานเลี้ยงที่ศาลบรรพชนพวกนางยิ่งไม่มีสิท