าน ทะนุถนอมอาจารย์สือ ได้เจอฤดูใบไม้ผลิครั้งที่สองในชีวิตแบบนี้ก็โชคดีแล้ว”
เฉินชางได้ฟังพลันเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “อ้อ ใช่ ลูกชายหวังเซียนใกล้จะครบเดือนแล้วใช่ไหม”
ทั้งสองพูดคุยยิ้มหัวไม่ทันรู้ตัวก็ซัดเบียร์ลงท้องไปขวดที่สามแล้ว ช่วงพักเที่ยงเบียร์สามขวด แกล้มกับข้าวสองสามอย่าง ทั้งสองไม่รู้จะคุยอะไรแล้วจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาจำลองการผ่าตัด
ช่วงบ่ายมีคนเข้าเวรแทน ไม่อย่างนั้นหวังหย่งคงไม่กล้า ทีมของพวกเขาในสมัยก่อนตอนนี้ล้วนค่อยๆ เข้ามาอยู่ในแผนกแล้ว กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้
ตกบ่ายเฉินชางกลับถึงบ้านก็นอนงีบหนึ่ง หลังตื่นขึ้นมา ฉินเสี้ยวยวนอยู่ในห้องหนังสือ พอเห็นเฉินชางตื่นแล้วก็เอ่ยถาม
“ร่างแบบแผนรับสมัครบุคลากรในแผนกเรียบร้อยหรือยัง”
เฉินชางพยักหน้า เปิดสมุดบันทึก หยิบแบบฟอร์มแผ่นหนึ่งออกมา
“ครับ ถ่ายเอกสารไว้เรียบร้อยแล้ว แต่มีคนค่อนข้างมาก”
“ผมวางแผนว่าจะรับสมัครหมอชุดแรกเข้ามาห้าสิบคน ก่อโครงสร้างขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ค่อยเดินหน้ารับเพิ่ม”
พอได้ยินคำพูดของเฉินชาง ฉินเสี้ยวยวนตะลึงงันไปทันที “ห้าสิบคนเหรอ…”
“เฮ้อ ผมรายงานเบื้องบนไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ากระทรวงสาธารณสุขกับกองบริหารทรัพยากรบุคคลจะอนุมัติไหม”
“ปีก่อนโรงพยาบาลของเรารับเข้ามาทั้งหมดสามสิบคนเท่านั้น ตอนนี้แผนกของคุณคนเดียวกลับรับถึงห้าสิบคน ฮ่าๆ สมกับเป็นคุณ!”