ม่ใช่ท่าทีที่ควรมีในช่วงวัยนี้เลย
“ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วศาสตราจารย์เฉิน ขอโทษที่วันนี้ให้คอยนานนะคะ!” เจียงหนานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เฉินชางพยักหน้าส่งยิ้มให้ “เกรงใจไปแล้วครับ”
เจียงหนานเปิดประตูเอ่ยเชิญ “เข้ามานั่งเถอะ” พูดจบก็ปิดป้ายไฟที่ติดไว้ตรงประตู แปลว่าวันนี้จะปิดแล้ว
บรรยากาศภายในห้องเทียบกับด้านนอกแล้วจัดแต่งอย่างเรียบง่ายกว่ามาก อีกทั้งกะทัดรัดกว่ามาก ชั้นนี้ค่อนข้างสูง บานหน้าต่างยาวจรดพื้น เงยหน้าเห็นฟ้า ก้มหน้าเห็นเมืองหลวง ในห้องใช้สีโทนสว่างทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ พูดกันตามตรงนี่เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่กี่อย่างที่นักจิตวิทยาการปรึกษาทำด้วยตัวเอง
ทั้งสามพูดคุยกันอย่างกลมเกลียว แต่เฉินชางพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นเจียงหนานที่คอยรับฟัง ทว่าการตอบสนองของเธอมักจะแม่นยำและตรงใจเสมอ เข้าใจคุณเป็นอย่างดี!
ถูกต้อง! ความรู้สึกนี้ทำให้เฉินชางรู้สึกหวาดๆ ฉินเยว่คุยกับเธออย่างมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ พอได้ยินเรื่องน่าดีใจ ดูเหมือนเจียงหนานจะดีใจยิ่งกว่าฉินเยว่ ถ้าเล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าเศร้า เจียงหนานจะเสียใจยิ่งกว่าฉินเยว่… จุดนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างฉงน หรือจะเป็นการแสร้งทำ แต่ว่า… เหมือนจะไม่ใช่เลย!
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ เฉินชางขบคิดในขณะที่ฉินเยว่และเจียงหนานกำลังคุยกันอยู่ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จู่ๆ ฉินเยว่ก็จับมือเฉินชางเอ่ยขึ้นว่า “รุ่นพี่เจียงก็น่าสงสารมากเหมือนกัน”
พอเธอเอ่ยออกมา เจ