ียงหนานก็หุบยิ้มลง กลับมามีสีหน้าราบเรียบและจนใจ เฉินชางมุ่นคิ้วนิดๆ “ทำไมล่ะ”
ฉินเยว่เล่าว่า “อันที่จริงรุ่นพี่มีอาการประหลาดอย่างหนึ่งก็คือ… เธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าตัวเองรับรู้ถึงความทุกข์และความสุขของคนอื่นได้”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้สีหน้าเฉินชางเปลี่ยนไป! เขาลพัลนึกถึงโรคประหลาดชนิดหนึ่งขึ้นมา
เจียงหนานตบหลังมือฉินเยว่เบาๆ กล่าวว่า “ให้ฉันเล่าเองเถอะ!” เฉินชางมองฉินเยว่แวบหนึ่ง พบว่าสาวน้อยคนนี้ยิ้มตาหยีอยู่ เฉินชางเพิ่งจะเข้าใจขึ้นมา ยัยตัวแสบคนนี้พาตนมาตรวจอาการนอกสถานที่!
เจียงหนานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อันที่จริงเดิมทีฉันกะว่าจะเป็นฝ่ายไปพบคุณด้วยตัวเอง แต่ว่า… หลังจากบอกเยว่เยว่ไป เธอดึงดันว่าจะมาหาฉันที่นี่เองค่ะ แถมยังพาศาสตราจารย์เฉินมาด้วย รบกวนแล้วจริงๆ”
เจียงหนานต้องให้ความนับถือเฉินชางอยู่แล้ว พูดกันตามตรงตำแหน่งฐานะของเฉินชางอยู่เหนือกว่ามาก ไม่ใช่คนที่เธอจะไปเทียบชั้นได้ การพาเฉินชางมาตรวจอาการให้นี่ถือได้ในกรณีที่ไม่ใช่เพื่อนสนิทชิดใกล้แล้ว นับว่ามีแค่ไม่กี่คนจริงๆ นี่คือรองหัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญสุขภาพศูนย์กลางเชียวนะ เป็นคนที่คอยตรวจรักษาให้คนระดับผู้นำ
เฉินชางส่ายหน้า “เกรงใจไปแล้วครับ พี่เจียงมีอะไรก็พูดมาตามตรงได้เลยครับ”
เจียงหนานพยักหน้า “อันที่จริง… ฉันมีอาการแบบนี้มานานหลายปีแล้วค่ะ ถึงขั้นที่ตัวฉันเองก็ชินชาไปแล้ว ทุกครั้งที่มีคนอื่นปรับทุกข์ให้ฟัง ฉันรู้สึกเหมื