อนรับรู้ถึงความเจ็บปวดของอีกฝ่ายได้ 100% ถึงขั้นที่เหมือนแชร์ความรู้สึกร่วมกันเหมือนเคยเกิดขึ้นกับฉันมาก่อน”
“ในทำนองเดียวกัน เวลาที่คนอื่นแบ่งปันความสุข ฉันก็สัมผัสได้ถึงความสุขนั้นด้วย ถึงขั้นที่รู้สึกมีความสุขเหมือนได้ร่วมประสบด้วย เหมือนมีโทรจิตเชื่อมต่อ”
“สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ตอนยังเด็กเวลาที่ฉันเห็นใครกัดฟัน หรือว่าถูกลูกฟุตบอลกระแทกหน้า ฉันจะรู้สึก ‘เจ็บมาก’ ไปด้วยเสมอ อีกอย่างความรู้สึกร่วมนี้แรงกล้ามาก แรงกล้าจนเหมือนเป็นร่างเดียวกัน”
“ถ้าเห็นคนกอดกัน ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกโอบกอดไปด้วย ถ้าเห็นคนอื่นมือถลอกเลือดออก ฉันจะรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมีแผลที่แขน ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ตอนที่ฉันเห็นใครสักคนกำลังจะหมดลมหายใจ ก็จะรู้สึกว่าร่างกายกำลังเผชิญกับ ‘ความสงบนิ่งอันน่าประหลาด’ รู้สึกถึงห้องดับจิตอันหนาวเหน็บ ถึงขั้นรับรู้ถึงทรวงอกที่กำลังบีบรัดตัวอย่างเชื่องช้า ลมหายใจของตัวเองก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ ด้วย ถ้ามาถึงจุดนี้ฉันจะต้องออกจากสถานที่เกิดเหตุทันที ต้องใช้สถานการณ์อื่นมากระตุ้นตัวเองเพื่อเบี่ยงความสนใจ ให้ตระหนักได้อีกครั้งว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่…”
เฉินชางตะลึงงันทันที! นี่คือคนที่รับรู้ถึงความรู้สึกของคนอื่นได้อย่างสมบูรณ์ แถมยังบังเอิญเป็นนักจิตวิทยาคนหนึ่งอีก!
แต่ว่า! เฉินชางพลันตระหนักได้ว่าเป็นเพราะอารมณ์ร่วมในส่วนนี้ที่ทำให้เจียงหนานสามารถโดดเด่นข