กันหมดไม่ใช่รึ?” เสินฮูหยินไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหน
อาจารย์เสินส่ายหน้า “ไม่หรอก ถ้าบัณฑิตล้วนซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ กันทุกคนแล้วจะวิพากษ์นโยบายการปกครองได้อย่างไร? เรื่องแบบนี้ต้องใช้สมอง เฉลียวฉลาดมากพอ เจ้าจึงจะสามารถคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีได้…”
เขาชี้ว่าจูชี ‘ทื่อ’ เกินไป นอกเสียจากจะค้นพบโอกาส ไม่อย่างนั้นด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วก็คงได้เพียงเท่านี้
“เจ้าคิดว่าทำไมซุ่นเต๋อจึงสอบได้ที่หนึ่งในการสอบเสี้ยนซื่อ? เพราะการสอบเสี้ยนซื่อไม่ได้สอบวิเคราะห์แนวทางการปกครองอย่างไรเล่า”
เสินฮูหยินรู้สึกตะลึงต่อข่าวที่ชวนให้ตกใจนี้ “หมายความว่า…ตำแหน่งซิ่วไฉของเขาเป็นการประเมินความสามารถของเขาสูงเกินจริงน่ะสิ?”
“ดังนั้น แต่เดิมจูต้าเหนียงตั้งใจว่าจะให้ซุ่นเต๋อสอบให้ได้ถงเซิง ถ้ามีโอกาสค่อยสอบเป็นซิ่วไฉ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้คาดว่าซุ่นเต๋อลงสนามสอบคราวแรกก็สอบได้ดีขนาดนี้ คว้าที่หนึ่งของเสี้ยนซื่อมาครอง”
ถึงตอนนี้ เสินฮูหยินไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว
แต่มีซิ่วไฉคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ จะปล่อยให้หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ นางก็ยากจะทำใจได้
นางถามอาจารย์เสินว่า นอกจากจูชีแล้ว ในบรรดาลูกศิษย์ของเขาพอจะมีคนที่อนาคตไกลและเหมาะสมกับลูกสาวของพวกตนบ้างหรือไม่?
“ไม่ต้องใจร้อน อิงอวี่ยังเด็กอยู่นะ…”
เพิ่งพูดจบก็ถูกเสินฮูหยินค้อนเข้าให้ “เด็กอะไรกัน? อีกสองปีก็จะออกเรือนได้แล้ว ท่านไม่เริ่มเมีย