งมองตั้งแต่ตอนนี้ จะรอให้ถึงเวลาแล้วคว้าใครสักคนมาแต่งลูกสาวตัวเองก็ได้งั้นรึ? ท่านทำได้ลงคอ แต่ข้าทำไม่ได้หรอกนะ”
นางรบเร้าให้อาจารย์เสินหา ‘ว่าที่ลูกเขย’ สักคนออกมาให้ได้ มิฉะนั้นคืนนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้นอน
อาจารย์เสินถูกนางก่อกวนจนอ่อนใจ จำต้องครุ่นคิดอย่างจริงจัง
‘จริงด้วย อิงอวี่ไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว ต้องพิจารณาเอาไว้ล่วงหน้า’
……
จูชีไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าในเวลาชั่วข้ามคืนนั้น เขาเกือบได้กลายเป็นลูกเขยของอาจารย์ตนเองเสียแล้ว
ไม่รู้ว่าถ้าเป็นจริงขึ้นมา เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
น่ากลัวว่าคงตะลึงอึ้งแล้วตอบอย่างทึ่ม ๆ ว่า “เรื่องนี้ต้องไปถามท่านแม่!”
ตราบใดที่มีเย่อวี๋หรานอยู่ เชื่อว่าในบรรดาลูกชายสกุลจูคงไม่มีใครกล้าตกปากรับคำเรื่องงานมงคลของตนเองตามอำเภอใจ
ตอนออกมาจากสำนักศึกษาสกุลเสิน จูชีไม่รู้สึกถึงอะไรเลยสักนิด มีเพียงจูซานที่สังเกตเห็นความผิดปกติ
เขาคิดไปเองหรือเปล่านะ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าสายตาที่อิงอวี่มองน้องเจ็ดดูจะแปลก ๆ?
เสินอิงอวี่ที่เป็นคนเปิดเผยมาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้ดวงตากลับฉายแววขวยเขินอยู่บ้าง ไม่กล้ามองมาทางจูชีเลยสักนิด
เพราะเช้าวันนี้มารดามาบอกนางว่าตนเองกับบิดาของนางกำลังหาว่าที่สามีให้นางอยู่
อีกทั้งยังพูดว่า “ข้าว่าซุ่นเต๋อไม่เลวเลย แต่พ่อเจ้าไม่เห็นด้วย ไม่อย่างนั้น…”
เสินอิงอวี่ใจเต้นแรง: คนทึ่มผู้นั้นน่ะหรือ?!
ท่านพ่อท่านแม่จับคู่นางกับคนทึ่มผู้นั้นได้อย่างไ