ห้เกิดซิ่วไฉขึ้นมาก็ไม่ได้คิดอันใดไปชั่วครู่
นางพูดกับลูกสะใภ้อย่างดีใจยิ่ง “ได้ยินหรือไม่ ลูกชายข้าทำให้เกิดซิ่วไฉคนหนึ่งด้วย เหอเหอเหอ…”
“ได้ยินแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ สามีของข้ายอดเยี่ยมเสมอเลย” ในแววตาของเสินฮูหยินเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ นางจะเต็มใจแต่งกับอาจารย์สอนหนังสือที่ยากจนหรือ?
ครั้นคิดเช่นนี้เสินฮูหยินก็คิดว่าออกจะมากไปสักหน่อยแล้ว
ในขณะที่อาจารย์เสินยังไม่หลับ นางก็ล้างเท้าให้เขาพลางพูดอย่างอ่อนโยนว่า “สามี มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากปรึกษาท่าน”
“หืม เรื่องใดหรือ?” อาจารย์เสินเช็ดเท้าพลางเอ่ยถาม
เสินฮูหยินพูดว่า “ท่านคิดว่าลูกศิษย์ของท่านอย่างซุ่นเต๋อเป็นอย่างไรหรือ?”
“เรียบง่ายจริงจัง” คิดไปคิดมา อาจารย์เสินก็พูดสี่พยางค์นี้ออกมา
เทียบกับลูกศิษย์คนอื่นที่แอบขี้เกียจเป็นบางครั้งแล้ว จูชีเป็นคนที่จริงจังยิ่งนัก ขอเพียงเขามอบหมายหน้าที่ไป อีกฝ่ายก็ล้วนเอาจริงเอาจังจนทำสำเร็จ
ด้วยเหตุนี้อาจารย์เสินจึงวางใจ กล้าจัดเตรียมตำราแบบฝึกหัดและคำตอบกองใหญ่ให้เขากลับไปค่อย ๆ ศึกษา
แต่คนอื่นต่างออกไป คนอื่นไม่อาจให้ดูคำตอบได้ จะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดังนั้นกลยุทธ์ของเขาคือ…การให้พวกเขาทำก่อน จากนั้นก็ดูว่าข้อไหนไม่ถูกต้อง จึงจะอธิบายอีกครา และช่วยพวกเขาแก้ไข
เทียบกับคนอื่นแล้ว เห็นได้ชัดว่าจูชี ‘ประหยัด’ เวลาได้บางส่วน
เพราะเขามีความสามารถ ‘ผ่านตาไม่ลืมเลือน’ อยู่
“เช่